pk Article


ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทย
      ปัจจุบันปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านกายภาพ  เศรษฐกิจและสังคมเมือง  ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเจริญเติบโตมีความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย  จิตใจ  และอารมณ์  ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหามากมาย  เช่น  ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการทำแท้ง  ปัญหาโรคเอดส์  ปัญหาความรุนแรง  เป็นต้น   ทั้งนี้ปัญหาที่สำคัญของวัยรุ่นในปัจจุบัน  ได้แก่  ปัญหายาเสพติด  ปัญหาที่เกิดจากการขาดความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย  และปัญหาความรุนแรง  ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากปัญหาครอบครัว  สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่ชักจูงไปในทางไม่ดี   และการใช้ความรุนแรงในสังคม

                ดังนั้น ทุกคนในกลุ่มจึงคิดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาของวัยรุ่น ที่เป็นปัญหา ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย มีผลกระทบต่อตัวของวัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ การศึกษาเรียนรู้ และหาแนวทางการในการแก้ปัญหาต่อไป

ผลกระทบของปัญหาที่ศึกษาต่อสังคม

1. ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยวัยรุ่นด้วย ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองบอก ส่วนใหญ่จะเชื่อเพื่อนและไปตามเพื่อน อารมณ์ความรุนแรงของวัยรุ่นทำให้เกิดผลกระทบและปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย

2. ปัญหาทางด้านการเรียน การใช้สมอง สติ ปัญญา ในการเรียนจะลดน้อยลง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นบางคนเที่ยวกลางคืน และไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน ความคิดก็ไม่ไปกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่มีสติในการเรียน ทำให้มีผลผลกระทบต่ออนาคตของวัยรุ่น

3. การมีรักในวัยเรียนของวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การทำแท้ง การติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์  

4. ปัญหาการติดยาเสพติด การเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด และเป็นปัญหาของสังคมที่ยังแก้ไม่หาย

 พฤติกรรมวัยรุ่น

:พฤติกรรมวัยรุ่น:มีปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม สาเหตุอาจเกิดจากการร้องไห้เพื่อต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ หรือเพื่อน หรือเพื่อทดสอบว่า พ่อแม่หรือเพื่อนรักเราจริงไหม รักเท่าคนอื่นไหม หรือเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่าใครขัดใจก็จะร้องไห้จนติดเป็นนิสัย วิธีการช่วยเหลือ กรณีติดเป็นนิสัยจะต้องใช้เวลานานในการรักษา

รู้สึกเหงา เป็นเรื่องธรรมดาที่ในแต่ละช่วงเวลาที่เราอยู่คนเดียวในบางขณะ บาง บรรยากาศ หรือสถานการณ์ เราจะเกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา เช่น บางครั้ง ที่เราฟังเพลงเศร้า ๆ หรือถูก ปล่อยให้อยู่ตามลำพังนาน ๆ โดยมิได้ติดต่อ กับใคร ในช่วงที่เราห่างไกลเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด

วัยรุ่นกับความเหงา คุณเป็นวัยรุ่นที่กำลังเหงาอยู่หรือเปล่าคะ อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ ความเหงาเป็น เรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่น และสำหรับคนทั่วไปด้วย บางครั้งคนเราก็จะรู้สึกเหงา ขึ้นมาเฉย ๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจ เช่น บรรยากาศตอนใกล้ค่ำ หรือช่วงที่ต้องอยู่คนเดียว ห่างไกลผู้คน

วัยรุ่นชอบโกหก วัยรุ่นโกหกเก่ง โกหกบ่อย หรือไม่พูดความจริงหรือพูดกำกวม จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง มักมีสาเหตุ อย่างน้อย ๆ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. จงใจที่จะไม่พูดความจริงปิดบังอำพรางความเป็นส่วนตัวของเขา ไม่ต้องการให้ใครรู้ 2. ไม่กล้าพูดความจริง เพราะกลัวจะถูกตำหนิติเตียน

วัยรุ่นชอบขโมยของ การลักขโมยของวัยรุ่นมักมีสาเหตุสำคัญ ๆ อย่างน้อย 3 อย่างคือ 1. เพราะขาดการอบรมบ่มนิสัยหรือจริยธรรม 2. เพราะขาดแคลนในสิ่งที่ต้องการปรารถนา 3. เพราะต้องการแก้แค้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู-อาจารย์ หรือองค์กร ที่ตนสังกัด 4. เพราะมีปัญหาทางจิตใจ
วัยรุ่นที่มีนิสัยเกียจคร้านหากวัยรุ่นเกียจคร้าน สบาย ๆ ไม่อยากทำอะไร / นอนทั้งวัน ก่อนอื่นใด พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ จะต้องไม่ด่วนตกใจหรือด่าทอตำหนิติเตียนให้เขารู้สึกเจ็บช้ำ น้ำใจ จึงเข้าใจว่านั่นเป็นความประพฤติ ที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวชั่วครู่ชั่วยาม เท่านั้น แต่ถ้าพฤติกรรมเกียจคร้าน
วัยรุ่นที่ใช้เงินเปลือง
ปัญหาการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของวัยรุ่น เช่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินตัว ชอบซื้อ ของที่ไม่จำเป็น แรก ๆ ที่ซื้อมาก็อาจจะเห่อ พอนานเข้าก็เบื่อแล้ว เลิกสนใจไปเลย หรือไม่ก็ซื้อ เพราะอยากมีเหมือนเพื่อน ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้คุณควร ฝึกให้ลูกรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
วัยรุ่นชอบคิดมาก
ปัญหาหนึ่งที่มักพบได้บ่อยในหมู่วัยรุ่น ก็คือเรื่องของการเป็นคนชอบคิดมากค่ะ คือจะชอบวิตกกังวลกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วในอดีต และบางคนจะเป็นห่วงถึงเรื่อง ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เป็นความคิดที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ เป็นทุกข์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดคิดได้

เมื่อวัยรุ่นน้อยใจ
พ่อแม่อาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ลูกวัยรุ่นรู้สึกเจ็บปวดและน้อยอกน้อยใจคือ การกระทำที่ทำให้ เขารู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ ่อาจไม่ได้ตั้งใจ หรือคิดไปไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ เช่น ชอบพูด

วัยรุ่นที่ชอบน้อยใจ
สิ่งที่ทำให้ลูกวัยรุ่นรู้สึกเจ็บปวดและน้อยอก น้อยใจมากก็คือ การที่คุณทำให้เขารู้สึกว่าคุณ
ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่คุณเองก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจ หรือคิดไปไม่ถึงด้วยซ้ำแต่การที่คุณชอบเอาลูก คนหนึ่งไปเปรียบเทียบว่าด้อยกว่าลูกอีกคนหนึ่ง

วัยรุ่นอารมณ์รุนแรง โดยทั่วไป วัยรุ่นมีอารมณ์รุนแรงเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่รุนแรงเพียงเล็กน้อย เช่น หงุดหงิด ตำหนิคนอื่น คิดเร็วทำเร็ว จนถึงอารมณ์รุนแรงมาก ๆ เช่น ก้าวร้าว ดื้อดึง ด่าทอ ชวนทะเลาะต่าง ๆ และที่ออกจะรุนแรงมากเป็นพิเศษก็คือ ยกพวกตีกัน ก่อความไม่สงบในชุมชนและสังคม
วัยรุ่นกับเกมกด(วิดีโอเกม)
วัยรุ่นสมัยนี้ มักมีปัญหาเกี่ยวกับการติดเล่นเกมส์ต่างๆ จนมากเกินไป ถึงขั้นที่ว่าอาจเล่นจนติดนานจนไม่มีเวลาไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า อาทิเช่น ทบทวนบทเรียน, ทำการบ้าน, อ่านหนังสือ เป็นต้น ดังนั้นวิธีทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ผู้ปกครองควรจะคอยสอดส่องดูแล อบรมสั่งสอนลูกไม่ให้ใช้เวลากับการเล่นเกมส์มากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ไม่ควรใช้กล่าวว่ากล่าวตักเตือนที่รุนแรงเพราะจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ลูกไม่เชื่อฟัง และยิ่งเล่นเกมส์มากขึ้นไปอีก

'วัยรุ่นวุ่นรัก...ผลต่อสุขภาพและแนวทางการช่วยเหลือ'

ผศ.น.พ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.

รามาธิบดี กล่าวว่า ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น และเป็นสาเหตุของปัญหาอื่นที่จะตามมาอีกหลายประการ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ร่วมกับสำนักงานเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นเมื่อต้นปี พ.ศ.2547 พบว่าวัยรุ่นชายเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วร้อยละ 35.3 วัยรุ่นหญิงเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วร้อยละ 21.4 สูงกว่าเมื่อปี พ.ศ. 2545 ที่วัยรุ่นชายและหญิงเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วร้อยละ 31.3 และ 9.9 ตามลำดับ การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญ แต่การศึกษาวิจัยพบว่า วัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยมักมีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า การเสพสารเสพติด พฤติกรรมเสี่ยงอันตรายอย่างอื่น พฤติกรรมก้าวร้าว ปัญหาอารมณ์ซึมเศร้า รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ปลอดภัยทั้งการป้องกันการตั้งครรภ์และการติดเชื้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่าวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์แล้วเพียงร้อยละ 19.0 ที่ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นจึงนับว่าเป็นปัญหาพฤติกรรมอย่างหนึ่ง และยังเกี่ยวข้องกับหรือบ่งชี้ว่ามีสาเหตุจากปัญหาทางด้านจิตใจมาตั้งแต่วัยเด็กหลายประการที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปัญหาครอบครัว และปัญหาของสังคมโดยรวมที่ยังไม่ได้แก้ไข นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยยังทำให้เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจตามมา ได้แก่ ความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง การเปลี่ยนคู่หลายคน ในกรณีที่มีการตั้งครรภ์และฝ่ายชายไม่รับผิดชอบวัยรุ่นหญิงร้อยละ 57 จะตัดสินใจทำแท้ง ซึ่งจะมีผลกระทบด้านจิตใจตามมา ได้แก่ ความรู้สึกผิด อารมณ์ซึมเศร้า เป็นต้น ส่วนวัยรุ่นหญิงที่เลือกตั้งครรภ์จนครบกำหนดคลอดมักจะได้รับผลกระทบด้านจิตสังคมต่อไป คือ ระดับการศึกษาต่ำ รายได้ต่ำ ได้รับการช่วยเหลือจากสังคมน้อย มักต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกตามลำพัง ครอบครัวไม่มั่นคง ทำให้มีความตึงเครียดสูง และมีภาวะซึมเศร้าสูง นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการเลี้ยงดูลูก เด็กที่เกิดจากพ่อแม่วัยรุ่นที่ยังขาดวุฒิภาวะ ความพร้อมและความสามารถในการเลี้ยงดูลูกมักมีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอีก

สาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

- วัยรุ่น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยเกี่ยวข้องกับตัววัยรุ่นเอง

ทั้งทางชีวภาพและจิตสังคม เช่น การเข้าสู่วัยรุ่นหนุ่มสาวเร็วสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ส่วนปัจจัยด้านจิตสังคมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองต่ำ การพัฒนาด้านคุณธรรมต่ำ อารมณ์ผูกพันต่อพ่อแม่ที่ไม่มั่นคง ความรู้สึกขาดรัก ซึ่งสัมพันธ์กับการเลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยเด็ก และลักษณะบุคลิกภาพบางอย่าง เช่น หุนหันพลันแล่น ชอบความเร้าใจและเสี่ยงอันตราย นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับอารมณ์ซึมเศร้า ระดับสติปัญญา ความสำเร็จด้านการเรียน การขาดทักษะในชีวิตด้านต่างๆ การขาดความรู้เพศศึกษาและประวัติการถูกทารุณกรรมทางเพศ และพบว่าการที่วัยรุ่นสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาสม่ำเสมอ หรือเป็นนักกีฬา เป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย

- ครอบครัว ปัจจัยด้านครอบครัวที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยมี 2 ด้าน

คือ ลักษณะโครงสร้างทางครอบครัว และการทำหน้าที่ของครอบครัว ลักษณะโครงสร้างครอบครัว ได้แก่ ครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่คนเดียว การหย่าร้างของพ่อแม่ ระดับการศึกษาต่ำ ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ เป็นต้น ด้านการทำหน้าที่ของครอบครัวนั้น ครอบครัวที่ลูกวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงน้อยต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ต้องมีการติดตามพฤติกรรมของลูกวัยรุ่นอย่างเหมาะสม มีความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกดีและมีการสื่อสารที่ดีที่ทำให้พ่อแม่สามารถถ่ายทอดค่านิยมด้านพฤติกรรมทางเพศต่อวัยรุ่นได้ ครอบครัวในปัจจุบันพ่อแม่มีเวลาให้กับลูกน้อยตั้งแต่การเลี้ยงดูในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น และวัยรุ่นมีกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ทำให้พ่อแม่สามารถติดตามพฤติกรรมของวัยรุ่นได้น้อย แต่การติดตามที่ทำให้วัยรุ่นรู้สึกถูกควบคุมมากเกินไป จนวัยรุ่นเสียความเป็นตัวของตัวเองกลับทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้น วัยรุ่นที่รู้สึกพึงพอใจในความสัมพันธ์กับพ่อแม่ มีโอกาสมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยต่ำกว่าวัยรุ่นที่รู้สึกไม่พอใจกับความสัมพันธ์กับพ่อแม่หลายเท่า นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับแบบอย่างพฤติกรรมทางเพศของพ่อแม่ด้วย

- สังคม ปัจจัยด้านสังคมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการในช่วงวัยรุ่นมาก อิทธิพลด้านสังคมต่อ

พฤติกรรมทางเพศมาจากหลายด้าน ตั้งแต่กลุ่มเพื่อน วัยรุ่นที่มีเพื่อนมีปัญหาพฤติกรรมและมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยมีโอกาสเสี่ยงสูง ค่านิยมทางด้านพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นเอง กลุ่มเพื่อน และของสังคมล้วนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น และในปัจจุบันวัยรุ่นยังได้รับอิทธิพลจากสื่อต่างๆ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต ที่กระตุ้นให้วัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยลงกว่าเดิม ผลการศึกษาในต่างประเทศวัยรุ่นร้อยละ 76 ตอบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีเพศสัมพันธ์ คือสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับวัยรุ่น

แนวทางการช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยอย่างได้ผลต้อง

ดำเนินการในทุกระดับ ตั้งแต่วัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม และระดับชาติไปพร้อมๆ กันโดยต้องเน้นการป้องกันปัญหามากกว่าการแก้ไขหรือฟื้นฟู ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของแพทย์ควรประกอบด้วย

การให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสมแก่ระดับพัฒนาการแก่ 

พ่อแม่ตั้งแต่แรกเกิดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นวัยรุ่นที่มีพื้นฐานด้านจิตใจที่มั่นคง มีความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองไม่เป็นผู้ที่รู้สึกขาดรัก ให้คำแนะนำเรื่องการสร้างบรรยากาศในครอบครัวและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกโดยเฉพาะในช่วงลูกเป็นวัยรุ่น ให้คำแนะนำเรื่องการรับสื่อต่างๆ ของลูกอย่างเหมาะสม ให้พ่อแม่สนับสนุนด้านกีฬา ดนตรี หรือความสามารถพิเศษอื่น และให้ร่วมกิจกรรมทางศาสนาสม่ำเสมอ

แพทย์ควรมีทักษะในการดูแลและให้การช่วยเหลือวัยรุ่น ควรประเมินด้านจิตสังคมอย่าง

สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง การจัดการกับความเครียด ปัญหาการเรียน ปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรม ความรู้เรื่องเพศศึกษา รวมถึงพฤติกรรมและค่านิยมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและสามารถให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่วัยรุ่นได้

ข่าว : พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นเปลี่ยนไปในปัจจุบัน

 

พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นเปลี่ยนไปในปัจจุบัน

  วัยรุ่น นับเป็นวัยย่างก้าวหรือเป็นวัยระหว่างรอยต่อระหว่างความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่  ฉะนั้นเรื่องของคุณวุฒิ  หรือการตัดสินใจ  ตลอดจนการควบคุมอารมณ์จึงออกมาในลักษณะของการทำตามใจ  ทำตามอารมณ์  หรือทำตามเพื่อน  โดยขาดการไตร่ตรองและการยั้งคิดเป็นส่วนใหญ่  ดังจะเห็นได้จากปัญหาต่างๆ ของวัยรุ่นในสังคมยุคปัจจุบัน  เช่น การยกพวกตีกัน  การแสดงความก้าวร้าว  การเสพยาเสพติด  การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ยามวิกาลตามท้องถนน และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมาก ไม่แพ้กับปัญหายาเสพติด  จึงควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน 
        ปัญหาดังกล่าวส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการขาดความไตร่ตรอง ขาดความยั้งคิด  อาจเป็นเพราะเนื่องจากขาดการดูแลเอาใจใส่  และขาดการอบรมจากครอบครัว  เมื่อเวลาวัยรุ่นมีปัญหาจึงเลือกที่จะปรึกษาเพื่อนเป็นส่วนใหญ่  การปรึกษาปัญหากับเพื่อนนั้นอาจจะเป็นผลดีหากเพื่อนมีระดับคุณวุฒิและวัยวุฒิสูงพอก็อาจให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาได้  แต่ในทางกลับกันการแก้ไขปัญหาของวัยรุ่นอาจจะเป็นผลร้ายหากไปเชื่อคำแนะนำที่ผิดๆจากเพื่อน
         ปัญหาของวัยรุ่นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  เพราะเห็นว่าเป็นปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญและต้องรับมือกับผลกระทบมากมาย จึงเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน   ปัญหาพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นอาจจะมีเหตุผลมาจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นโลกของยุคโลกาภิวัตน์  มีเทคโนโลยีที่ก้าวไกล  แต่ในขณะเดียวกันคนในสังคมกลับไม่ยกระดับของตนเองให้สูงเหมือนกับเทคโนโลยีทำให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิดๆ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรม แต่กลับนำมาสร้างผลประโยชน์ให้กับตนเอง เช่น  การทำสื่อลามกอนาจาร  การเผยแพร่รูปลามกต่างๆ  เป็นต้น  การกระทำดังกล่าวเป็นการเปิดช่องทางให้เด็กและเยาวชนรับข้อมูลที่ผิดและไม่เกิดประโยชน์ ทำให้มองว่าการแสดงออกทางเพศและการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องปกติ 

           อีกประเด็นก็คือ การรับวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาจนทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่ว่า การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้น่าอายแต่อย่างใด เช่น  การกอด การจูบ ลูบไล้กันในที่สาธารณะ
 ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่ามีความสำคัญมากที่สุดคือ การขาดความดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว  เพราะบางครอบครัวมีการดูแลอย่างปล่อยปละละเลย  ให้อิสระแก่วัยรุ่นมากเกินไป เกินความเหมาะสม เช่น การออกไปเที่ยวกลางคืนตามสถานบริการต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่วัยรุ่นมีโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด เพราะเป็นช่วงยามวิกาล และสถานที่ก็เอื้ออำนวย วัยรุ่นส่วนใหญ่ต่างก็มีการดื่มกันฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ เหล้า เบียร์ ทำให้ขาดสติ  ทำให้เกิดปัญหาการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจขึ้น 
           การแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จึงถือเป็นจุดบอดของสังคมในทุกๆสถาบัน ฉะนั้นครอบครัวและสังคมควรช่วยกันส่งเสริมและให้ความสนใจนั้นก็คือ การรณรงค์และการปลูกฝังค่านิยมของการรักนวลสงวนตัว และทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อเป็นต้นแบบให้วัยรุ่นปฏิบัติตาม  ส่วนผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรหรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ เช่น ปัญหาการตั้งครรภ์  การทำแท้ง  ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติของการตั้งครรภ์และการทำแท้งมีสูงขึ้นทุกปี  ส่วนวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกก็มีอายุเฉลี่ยน้อยลงทุกๆปี และคาดว่าในอนาคตตัวเลขก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ
            เด็กวัยรุ่นบางรายเมื่อรู้ว่า ตนเองตั้งท้องก็คิดสั้นฆ่าตัวตาย  บางรายก็เลือกที่จะกำจัดก้อนเนื้อที่เกิดมาจากอารมณ์ชั่ววูบ อารมณ์รักสนุกทิ้งด้วยการทำแท้ง ซึ่งนับว่าเป็นบาปมาก  แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงวัยรุ่นบางรายที่เข้ารับการทำแท้งไม่ได้โชคดีเสมอไป บางรายอาจต้องจบชีวิตลงในขณะทำแท้ง  จะเห็นว่าผลกระทบส่วนใหญ่วัยรุ่นหญิงจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบวัยรุ่นชาย  ผู้ชายบางคนเมื่อรู้ว่าแฟนของตนเองตั้งท้องก็จะตีตัวออกห่างหรือเลิกกันไป  และคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญแค่เอาเด็กออกก็จบ 
           และยังมีค่านิยมที่ผิดๆอีกนั่นคือ 'ค่านิยมการล่าแต้ม' ซึ่งหมายถึง การที่วัยรุ่นทั้งชายและหญิงสะสมจำนวนครั้ง จำนวนคนของการมีเพศสัมพันธ์แล้วจดบันทึกไว้เพื่อไปคุยกับเพื่อนๆได้ แม้เราจะไม่สามารถห้ามการมีเพศสัมพันธ์ได้  แต่ก็สามารถรณรงค์ให้มีการใส่ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ได้ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาได้  และผลกระทบอีกอย่างหนึ่งซึ่งถือว่าร้ายแรงมากนั่นก็คือการติดเชื้อ HIV เพราะสามารถคร่าชีวิตของคนได้เลยทีเดียว สังคมและประเทศชาติต้องขาดบุคลากรมาพัฒนาประเทศ  ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากเพื่อมาดูแลรักษาคนเหล่านี้  แต่ถ้าหากมองกลับกัน ถ้าสังคมและประเทศชาติไม่มีผู้ติดเชื้อ HIV งบประมาณที่รัฐบาลจะต้องนำไปช่วยในด้านการแพทย์  ของผู้ติดเชื้อ  คงจะสามารถนำไปใช้ในด้านการพัฒนาประเทศได้อีกมากมายหลายด้าน  ซึ่งก็จะทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างก้าวหน้าต่อไป
         ฉะนั้นทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะสถาบันครอบครัว  ควรดูแลเอาใจใส่  ให้ความรักความอบอุ่นแก่วัยรุ่น  และควรปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีให้แก่วัยรุ่น เช่น การรักนวลสงวนตัว  การรักเดียวใจเดียว  การใส่ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์  ฯล  หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการรณรงค์และแก้ไขปัญหา    ปัญหาพฤติกรรมทางเพศต่างๆของวัยรุ่นก็มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างแน่นอน

 สุขภาพของวัยรุ่น 

ตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก วัยรุ่นคือผู้ที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี  ในปัจจุบันมีประมาณร้อยละ 20 ของประชากรโลก  หรือมีประมาณ 1.2 พันล้านคน  สำหรับในประเทศไทยมีวัยรุ่นประมาณ 10 ล้านคน     ตามจริงแล้วช่วงชีวิตวัยรุ่นควรจะเป็นช่วงที่มีสุขภาพดี  เพราะได้ผ่านช่วงที่มีอัตราเสี่ยงสูงต่อสุขภาพในวัยเด็กเล็กมาแล้ว   แต่ในปัจจุบันวัยรุ่นไทยกลับเสียชีวิตและเจ็บป่วยจากโรคต่างๆมาก  เช่น  อุบัติเหตุ  ความรุนแรงต่างๆ  สารเสพติด  การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์  โรคจากบุหรี่ และ AIDS ซึ่งนับแต่จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากโรคทางกายแล้วปัญหาในด้านจิตใจของวัยรุ่นสามารถพบได้มากเช่นกัน    ทั้งนี้อาจเนื่องจากการเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติซึ่งส่งผลให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางสังคมน้อยลง  เช่นมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ลดน้อยลง ไม่สามารถอดทนต่อเรื่องที่เข้ามากระทบอารมณ์ได้  หรือรอคอยเรื่องต่างๆไม่ได้   เข้าสังคมได้ไม่ดี   โดยมีปัญหาในการปรับตัวและรับวัฒนธรรมเหล่านั้น  จนเกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และส่งผลต่อสุขภาพทั้งกายและใจได้

 ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในวัยรุ่น 

          หากแบ่งปัญหาสุขภาพเป็นโรคทางกายและทางใจแล้ว  สามารถแบ่งโรคที่พบบ่อยดังนี้ 

โรคทางร่างกาย   เช่นโรคอ้วน  โรคภูมิแพ้   โรคผิวหนัง  เป็นต้น  โรคทางจิตใจ  เช่น การติดเกมส์  และปัญหาเรื่องเพศ  เป็นต้น 

โรคทางร่างกาย 

โรคอ้วน 

ภาวะน้ำหนักเกินในปัจจุบันพบได้มากขึ้นจนจัดได้ว่ามีการระบาดไปทั่วโลก  ส่วนใหญ่ไม่พบสาเหตุทางกาย  แต่มักเกิดจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะเช่น รับประทานอาหารมากเกิน  ออกกำลังหรือมีกิจวัตรที่ใช้พลังงานน้อย   จากการสำรวจเด็กวัยเรียนจากการสุ่มตัวอย่างทั่วประเทศพบว่าประมาณ 1 ใน 10 มีภาวะโภชนาการเกินหรือ โรคอ้วน โดยมีสาเหตุมาจากการ พันธุกรรม  การเลี้ยงดู  สิ่งแวดล้อม     ดู TV  เล่น Internet  และ game online โดยไม่มีการควบคุม  ส่วนสาเหตุจากโรคต่างๆสามารถพบได้ว่าเป็นสาเหตุของการอ้วนได้ เช่น เป็นเนื้องอกในระบบประสาทส่วนกลาง pituitary หรือในต่อมไร้ท่อ  หรือการใช้ยา steroid  ซึ่งทำให้ระบบผลาญอาหารและพลังงานผิดปกติไป

โรคที่ตามมาจากภาวะโรคอ้วนมีหลายโรค เช่น เบาหวานชนิดที่ 2   ซึ่งในวัยรุ่นไทยสูงเกินกว่า 3 เท่า ในช่วง 5 ปีหลัง  เป็นร้อยละ 17.9 ของวัยรุ่นทั้งหมด   เกิดภาวะผิวหนังรอยทับตามข้อพับ  ความผิดปกติของการหายใจโดยมีการหยุดหายใจเป็นช่วงระหว่างการนอนหลับ (sleep apnea) และทางด้านจิตใจ  พบว่าคนอ้วนอาจมีภาวะซึมเศร้า และภูมิใจในตนเองน้อยลง

รักษา  หากมีสาเหตุจากโรคใด เช่นเนื้องอกในระบบประสาท  สามารถรักษาตามสาเหตุโรค  ถ้าไม่พบสาเหตุ   จะอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ป่วย  และความร่วมมือของครอบครัวโดยการควบคุมอาหาร  การออกกำลัง  ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานในระหว่างวัน  การใช้ยาลดความอ้วนอาจไม่คุ้มโดยกลับมาอ้วนได้อีก  การพิจารณาประมาณพลังงานจากอาหารและการออกกำลังง่ายสามารถพิจารณาจากตัวอย่างได้ดังนี้   น้ำอัดลม  1 กระป๋อง กล้วยทอดสองชิ้น  โดนัท 1 ชิ้น  ทองหยิบ 1 ดอก  เมื่อรับประทานแล้วหากต้องการให้เกิดการเผาผลาญให้หมด  ต้องเดิน 20 นาที วิ่ง 10 นาที  ซึ่งจะใช้พลังงาน 100 Kcal   

สำหรับบทบาทของส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นมีหลายส่วนเช่น  โรงเรียนและสถานศึกษา  ช่วยได้มากในเรื่องการจัดไม่ให้มีการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่หวานเกินไป  การส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง  และการสร้างเจตคติที่เหมาะสมเพื่อควบคุมพฤติกรรมการบริโภคของหวาน สำหรับพ่อแม่  สามารถจำกัดเวลากิจกรรมที่ใช้พลังน้อย เช่นการดู TV internet  ทั้งนี้ต้องเป็นลักษณะของการเสริมแรงทางบวก  การมีกิจกรรมร่วมกันในด้านกีฬา โดยชวนกันออกกำลังทั้งครอบครัว  การออกกำลังนอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว  ยังช่วยกระตุ้นการเติบโตใหม่ของเซลล์สมองซึ่งจะทำให้จิตใจสดชื่นด้วย

โรคภูมิแพ้ 

          โรคภูมิแพ้เป็นสภาวะที่ร่างกายมีความไวต่อสารหรือสภาวะบางอย่างมาก  ซึ่งร่างกายคิดว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย  ระบบภูมิคุ้มกันจึงทำงานอย่างเต็มที่   โดยทั่วไป  อาการภูมิแพ้ที่พบบ่อยแสดงออก 3 ลักษณะ คือทางผิวหนัง  ทางเดินหายใจส่วนบน  จมูก   ระบบหายใจ  ปอด  ทางผิวหนังจะมีอาการผื่นแพ้  เฉพาะจุดหรือทั่วทั้งร่างกาย  ทางจมูกมีเรื่อง การคัดแน่นหายใจไม่สะดวก มีน้ำมูก สารคัดหลั่ง   ระบบหายใจเป็นเรื่อง หอบหืด  

          การป้องกันอาการสำคัญต่อการเกิดภูมิแพ้เป็นอย่างมาก  การเลี่ยงสิ่งที่แพ้  หากเลี่ยงสิ่งที่แพ้ได้ในระยะเวลานานอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นจะห่างไปและเกิดอาการน้อย     การจัดสภาพอากาศให้ดี  ปลอดโปร่ง   จะช่วยลดและบรรเทาอาการได้

โรคผิวหนัง 

          ในวัยรุ่น เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการดำเนินกิจกรรมมากเช่น กีฬา  หรือการออกกำลัง  ซึ่งหากไม่รักษาความสะอาด และสุขอนามัย  ของร่างกาย อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนัง  เช่น ผื่นจากเชื้อรา  ผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย   เมื่อเกิดอาการ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณา ไม่ควรหายามาทาหรือรักษาเอง  โรคผิวหนังบางประเภทหากใช้ยาไม่ถูกต้องอาจเกิดอาการกลับเป็นซ้ำ  หรือลุกลามมากขึ้น

โรคทางจิตใจ  ติดเกมส์  ปัญหาเรื่องเพศศึกษา

ติดเกมส์ 

ในช่วงเราได้ทราบข่าวที่มีเยาวชนเล่นเกมส์จนเสียชีวิตในร้านเกมส์  ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าและเสียดายเป็นอย่างยิ่ง  ในปีพ.ศ. 2545 สำนักงานสถิติสำรวจเด็กและเยาวชน 11-24 ปี  พบว่า 3 ล้านคนเล่นเกมส์ และมีสถิติที่สูงขึ้นเรื่อยๆในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์ ทั้งนี้เป็นการออนไลน์ที่ไม่ได้ประโยชน์  โดยใช้ออนไลน์เพื่อเล่นมากกว่าการค้นคว้าและทำงาน  ซึ่งเป็นทั่วทั้งโลก   สิ่งที่น่าห่วงคือเล่นเกมส์มากเกินไปจนติดเกมส์

สำหรับเกณฑ์วินิจฉัย  คล้ายผู้ติดสารเสพติด และผู้ป่วยที่ติดการพนัน  ใช้เวลานานขึ้น  คุมตนเองให้เลิกเล่นไม่ได้  หมกมุ่นคิดเกี่ยวกับเกมส์มาก  เกิดผลเสียต่อการเรียนต่อสุขภาพ  มีปัญหาพฤติกรรมตามมาเช่น โกหก  ขโมย  ก้าวร้าว   การที่จะเกิดการเสพติดนั้นเกิดเนื่องจากระหว่างเล่นเกมส์ที่ตื่นเต้นจะมีการหลั่งสารเคมี Dopamine ในสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกสุขเพลิดเพลินคล้ายกับกรณีของยาเสพติด  จากนั้น Dopamine จะลดลงจนต้องเสพมากขึ้น  ด้านจิตสังคม  เด็กที่มีความนับถือตนเองต่ำจะพอใจกับความสำเร็จในการเล่นเกมส์  สังคมและะสิ่งแวดล้อม เช่นมีร้านเกมส์ที่ไม่มีการควบคุมอยู่ใกล้บ้าน

ผลกระทบ  เกมส์ที่รุนแรงเช่นการยิง ฆ่า  จะเสริมให้วัยรุ่นมีความคิด  อารมณ์และพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุ่นแรง   การเรียน  การทำงานจะมีปัญหา

การป้องกัน พ่อแม่ควรมีความรู้เรื่องเกมส์  ช่วยลูกเลือกเกมส์ที่ควรเล่นไม่ควรเล่น  จัดวินัยในการเล่นเกมส์เป็นเวลา  สำคัญมากเป็นการปูพื้นข้อตกลงกัน  ซึ่งถ้าละเมิดสามารถลงโทษโดยลดเวลาในการเล่นเกมส์  ถ้าทำได้อาจเพิ่มเวลาให้บ้าง  สำหรับวัยรุ่นในปัจจุบันต้องเลี่ยงการตำหนิหรืออบรมสั่งสอนโดยตรง  แต่ให้กระตุ้นให้พูดถึงผลกระทบของการเล่นเกมส์ที่มีผลเสียต่อตนเองและครอบครัว

เพศศึกษา 

ส่วนใหญ่วัยรุ่นได้ความรู้ในเรื่องนี้จากเพื่อนซึ่งอาจไม่ถูกต้อง   ที่จริงแล้ว พ่อ แม่ สามารถเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาได้เป็นคนแรก  สื่อสารความคาดหวังและค่านิยมเรื่องเพศจะช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้สามารถตัดสินใจในสิ่งที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น  ลูกที่ได้รับข้อมูลเพศศึกษาจากพ่อแม่จะมีเพศสัมพันธ์ช้าลง

การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  นับเป็นปํญหาที่สำคัญและมีผลกระทบต่อเยาวชนอย่างมากโดยเฉพาะเยาวชนสตรี   เพื่อป้องกันปัญหานี้วัยรุ่นควรมีการฝึกทักษะการสื่อสารและการต่อรองของวัยรุ่นเพื่อเลี่ยงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการติดโรคทางเพศสัมพันธ์   การปฏิเสธอย่างจริงจัง  บอกความรู้สึก  ถามความเห็น  ต่อรองไปทำกิจกรรมอื่น  ผัดผ่อนเวลาออกไป  สำหรับส่วนที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรคือการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์  ซึ่งสะท้อนการวางแผนครอบครัวที่ไม่ทั่วถึง  มักเกิดปัญหาในกลุ่มที่ด้อยโอกาส  เราต้องสอนเรื่องวิธีในการคุมกำเนิด  และต้องดำเนินการเชิงรุกต่อไป

การดูแลเด็กวัยรุ่น

การดูแลเด็กวัยรุ่น วัยรุ่น เป็นวัยที่เชื่อมต่อระหว่างวัยเด็ก และวัยผู้ใหญ่ ถือเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตที่สำคัญ เด็กวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางร่างกาย และจิตใจโดยได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ซึ่งโดยทั่วไปพบว่า น้ำหนัก และส่วนสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ววัยรุ่นหญิง จะมีหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น เริ่มมีขนบริเวณรักแร้ และหัวเหน่า และเริ่มประจำเดือน ส่วนวัยรุ่นชาย จะมีลูกอัณฑะใหญ่ขึ้น เริ่มมีขนเช่นกัน มีเสียงแตก และมีการหลั่งของอสุจิ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ พบว่ามีความสำคัญมาก เด็กวัยนี้จะมีความคิดค่อนข้างอิสระ ต้องการเป็นตัวของตัวเอง พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง อยากให้เพื่อนยอมรับตน และต้องการเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อน เริ่มมองบทบาทของตนเองที่แยกออกจากครอบครัวมากขึ้น เริ่มไม่ยอมรับความเห็นของพ่อแม่ ต้องการความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันอารมณ์จะยิงสับสน วู่วาม ขึ้นๆ ลง ทำให้โอกาสที่จะขัดแย้งกับพ่อแม่มีมากขึ้น บางครั้งรุนแรงจนถึงขึ้นหนีออกจากบ้าน หันไปหายาเสพติด หรือเกิดอาการซึมเศร้าจนคิดอยากฆ่าตัวตายได้

กลุ่มเด็กวัยรุ่น

เด็กวัยรุ่น (Adolescents) หมายถึงกลุ่มเด็กในช่วงอายุ 11-21 ปี บางสถาบันทางการแพทย์ให้กลุ่มวัยรุ่นมีช่วงอายุ 11-24 ปี เนื่องจากในปัจจุบันระยะเวลาของการศึกษามีความจำเป็นและต้องใช้ระยะเวลามากขึ้น ทำให้ความพร้อมที่จะมีครอบครัว ความรับผิดชอบเป็นตัวของตัวเอง มีระยะเวลายาวนานออกไปกว่าจะเข้าไปเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว

กลุ่มเด็กวัยรุ่นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มวัยรุ่นช่วงต้น (Early adolescents) ช่วงอายุ 11-14 ปี
  2. กลุ่มวัยรุ่นช่วงกลาง (Middle adolescents) ช่วงอายุ 15-17 ปี
  3. กลุ่มวัยรุ่นช่วงปลาย (Late adolescents) ช่วงอายุ 18-21 ปี หรือ 24 ปี

การแบ่งดังกล่าวข้างต้นเป็นการแบ่งโดยใช้ช่วงอายุเป็นตัวกำหนดจัดกลุ่ม เนื่องจากในแต่ละช่วงก็มีลักษณะการเจริญเติบโต การพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคมที่แตกต่างกันไป แต่ในความเป็นจริง ในปัจจุบันจะพบว่า เด็กเข้าสู่วัยรุ่นเร็วขึ้นจะเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย เด็กเติบโตเป็นหนุ่มสาวเร็วขึ้น โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง การมีหน้าอก การมีประจำเดือน จะเห็นว่าเด็กวัยรุ่นในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายเข้าสู่วัยหนุ่มสาวแล้ว แต่พัฒนาการทางด้านอารมณ์ สังคม ความคิด ไม่เร็วตามไปด้วย จึงเป็นข้อเสียของเด็กวัยรุ่น แต่สังคมภายนอกคาดหวังว่าเด็กที่โตแล้วเหมือนผู้ใหญ่น่าจะมีความคิด ความรับผิดชอบ มีพฤติกรรมหลายๆ อย่างเป็นแบบผู้ใหญ่ ในความเป็นจริงเด็กโตแต่ตัวเท่านั้น ยังต้องการการดูแล เอาใจใส่ คำแนะนำ การเรียนรู้ทักษะประสบการณ์ในชีวิตต่างๆ อีกหลายอย่างเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งบิดามารดาเป็นบุคคลที่มีบทบาท และมีความสำคัญมากที่สุด ขณะเดียวกันทุกคนในสังคม สิ่งแวดล้อมต่างๆ และบุคลากรทางด้านการแพทย์ รวมทั้งแพทย์ที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็กวัยรุ่นให้มากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญ

การดูแลวัยรุ่นอย่างเหมาะสมมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 อย่างด้วยกัน คือ

  1. ครอบครัว ควรมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น โดยผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่เด็กทุกเรื่อง รวมทั้งเป็นผู้สร้างความรู้สึกมีคุณค่าให้กับลูก เพื่อทำให้ลูกเกิดความมั่นใจในตนเอง และเป็นปัจจัยที่จะเสริมทักษะในการปฏิเสธ เมื่อมีแรงผลักดันจากสังคม เพื่อน ให้ทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือจริยธรรมของพ่อ และครอบครัว
  2. โรงเรียน เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจะเริ่มคบเพื่อนมากขึ้น และเริ่มสนใจเพศตรงข้าม ต้องการสร้างพฤติกรรมที่โดดเด่น ดังนั้น ครูควรเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ และสั่งสอนให้เด็กมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพื่อเข้าสู่วัยรุ่น สอนเพศศึกษาให้เด็กทราบถึงผลของการขาดความยับยั้งชั่งใจ เช่น การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ การติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งสร้างบรรยากาศที่โน้มน้าวให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์
  3. เพื่อน เด็กวัยรุ่นมักชอบทำในสิ่งที่คล้ายๆ กัน ดังนั้นควรส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยอาจมีการจัดกิจกรรมให้หลากหลายมากขึ้น วัยรุ่นเป็นวัยสำคัญของการก้าวไปสู่การเป็นไปผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต หากถูกละเลยจากครอบครัวและคนใกล้ชิด อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์จนกลายเป็นปัญหาในปัจจุบันได้
  4. นโยบายรัฐบาล รัฐควรสนับสนุนให้เด็กที่มีความสนใจและส่งเสริมการศึกษาในทุกๆ ด้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ทั่วถึง มีบริการทางการศึกษาที่ย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่าย เน้นสื่อที่ให้ประโยชน์ สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอิทธิพลของตะวันตก และสื่อต่างๆ ทำให้วัยรุ่นไทยถูกชักจูงได้ง่าย และมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนในครอบครัวและสังคมในการดูแลและเข้าใจพฤติกรรมของวัยรุ่นอย่างถูกต้องและใกล้ชิด

ปัญหาที่พบบ่อยในวัยรุ่น

  1. ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกายที่พบบ่อยๆ และก่อให้เกิดความวิตกกังวลแก่เด็กวัยรุ่น ได้แก่ การเป็นสิว การมีกลิ่นตัว และโรคผิวหนัง ความอ้วน ความผอม ความผิดปกติต่างๆ ทางนรีเวชในวัยรุ่นหญิง เช่น ตกขาว การปวดประจำเดือน การมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ การมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ติดยา อุบัติเหตุและฆ่าตัวตาย
  2. ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจ มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การมีอารมณ์ทางเพศและความขัดแย้งในค่านิยมของสังคม ทำให้มีเด็กมีลักษณะอารมณ์ต่างๆ ออกมา เหตุการณ์ที่สำคัญที่ทำให้วัยรุ่นเกิดปัญหาทางจิตใจ อารมณ์ และสังคม ได้แก่ การมีวุฒิภาวะทางเพศ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะเพศ ทำให้วัยรุ่นที่ไม่ได้รับการเตรียมตัว เกิดความวิตกกังวล อาจรู้สึกเจ็บปวดทางจิตใจ เมื่อคิดว่าตนเองไม่เหมือนเพื่อนๆ พฤติกรรมทางเพศ จากแรงผลักดันของเพื่อน สื่อมวลชน และแม้แต่ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก อาจทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์โดยที่ยังไม่พร้อม ความรู้สึกครั้งแรกต่อการมีเพศสัมพันธ์ มีความหมาย ต่อการพัฒนาทางเพศในระยะต่อมา เด็กที่รู้สึกเจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจ และอับอายต่อเรื่องนี้ครั้งแรก จะเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมทางเพศ ที่ผิดปกติภายหลังได้
  3. การเข้าถึงบริการคุมกำเนิด มักจะเป็นปัญหาที่พบบ่อยในวัยรุ่น ที่มีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่มักไม่ได้เตรียมตัวในการป้องกัน โดยวัยรุ่นมักจะอายที่จะใช้ เพิกเฉยที่จะเรียนรูวิธีใช้แต่ละวิธี และมักเป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้ผล หรือมีความรู้สึกว่าการใช้วิธีคุมกำเนิด มีผลเสียต่อความสนุกทางเพศ หรือมักจะแล้วแต่ว่าคู่ของตนจะยอมใช้หรือไม่ จึงทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการขึ้น
  4. การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ติดยาเสพติด การชอบเสี่ยงภัย ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นอุปนิสัยของวัยรุ่นที่ต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อน และชอบทดลองเสี่ยงภัย ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้น วัยรุ่นที่ไม่มีสัมพันธภาพอันดีกับพ่อแม่ จะยิ่งกังวลแก้ไขปัญหาในทางที่ไม่ถูก อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
  5. ปัญหาชีวิต เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น การสูญเสียบุคคลสำคัญ เข้ากับเพื่อนฝูงไม่ได้ ปัญหาการเรียนและปัญหาครอบครัว
  6. ปัญหาทางเพศ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัย ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง ของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งภายนอก ภายใน เพื่อพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ วัยรุ่นเริ่มมีอารมณ์รักใคร่ ดังนั้นหากเขาเหล่านี้ ไม่ได้รับการเตรียมตัวที่ดีในเรื่องเพศ อาจทำให้เด็ก มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ถูกต้องได้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องระยะยาว ผลของการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ อาจเกิดขึ้นโดยเหตุผลักดันทางสรีรวิทยา ประกอบกับการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกข่มขืน กระทำชำเรา

คำแนะนำปรึกษาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

บิดามารดาส่วนใหญ่เมื่อลูกโตขึ้น และเข้าวัยรุ่น ก็ไม่ค่อยได้พามาพบแพทย์ เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่มีการเจ็บป่วยเป็นโรคที่มีลักษณะเฉพาะในช่วงวัยรุ่น โรคหลายโรค เช่น โรคทางกรรมพันธุ์ ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ฯลฯ ก็ได้ตรวจพบมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ แล้ว แต่จริงๆ มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวของวัยรุ่นที่เป็นปัญหามีผลกระทบต่อภาวะทางด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างมาก เพียงแต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน หรือตรวจพบได้เหมือนโรคทั่วๆ ไป บิดามารดาส่วนใหญ่จะพาเด็กวัยรุ่นมาพบแพทย์เมื่อมีการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจที่รุนแรงเท่านั้น ซึ่งการให้การดูแลรักษาทำได้ดีในระดับหนึ่งหรือได้ผลไม่เต็มที่ หรือบางรายจะสายเกินไปไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งที่น่าให้ความสนใจ คือ โรค ความเจ็บป่วย หรือปัญหาของเด็กวัยรุ่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่สามารถป้องกัน และแก้ไขได้ ถ้าได้รับการดูแลเอาใจใส่ป้องกันแก้ไข และให้การรักษาตั้งแต่แรกๆ ความรุนแรงของปัญหาก็จะลดน้อยลง การมาพบแพทย์เป็นระยะๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าวัยรุ่น และระยะวัยรุ่น ซึ่งจะได้ให้คำแนะนำปรึกษาในการสร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลรักษาปัญหาทางสุขภาพทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ไม่เพียงแต่ตัวเด็กวัยรุ่นเท่านั้นบิดามารดาเองก็จะได้รับประโยชน์ว่าสมควรมีบทบาทในการดูแลเด็กวัยรุ่นอย่างไร การมาพบแพทย์ไม่เพียงแต่แพทย์จะได้ตรวจร่างกาย ตรวจค้นหาความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยเท่านั้น แพทย์จะได้ติดตามดูการเจริญเติบโต และพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการ และรูปแบบในการดำเนินชีวิตของเด็กวัยรุ่นอย่างเหมาะสม เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การออกกำลังกาย การกินอาหารอย่างเหมาะสม การป้องกันหลีกเลี่ยงสารเสพติด การป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ แพทย์จะช่วยประเมินเกี่ยวกับปัญหาทางด้านพฤติกรรม และอารมณ์ที่พบได้บ่อยในเด็กวัยรุ่น ปัญหาที่มีผลต่อการเรียน

นอกจากนี้แพทย์อาจจะให้คำแนะนำ และตรวจกรองเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่แพทย์คาดว่าอาจจะเป็นปัญหาต่อเด็กวัยรุ่น รวมถึงการแนะนำ และการให้วัคซีนป้องกัน โรคที่เด็กวัยรุ่นควรจะได้รับการกระตุ้นหรือได้รับเพิ่มเติมต่อเนื่องจากที่เคยได้รับเมื่อตอนช่วงอายุ 0-6 ปี การที่บิดามารดานำบุตรหลานของท่านมาพบแพทย์ถึงแม้ว่าบุตรหลานของท่านเป็นเด็กวัยรุ่นที่สมบูรณ์แล้ว แข็งแรง ไม่มีปัญหาทางสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็จะเป็นการช่วยสร้างเสริมศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กวัยรุ่นที่ดีอยู่เดิม ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นไปเต็มตามศักยภาพที่เขามีอยู่ เพื่อที่จะก้าวต่อไปเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ โรคหรือพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องหลายอย่างในเด็กวัยรุ่นจะมีผลกระทบต่อสุขภาพในวัยผู้ใหญ่และวัยชรา

การให้การดูแลสุขภาพของเด็กวัยรุ่นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และมีประโยชน์ ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด และมีบทบาทต่อเด็กวัยรุ่นควรได้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของการนำบุตรหลานของท่านมาพบปะพูดคุยกับแพทย์ในช่วงอายุต่างๆ ดังตารางการให้การบริการ และสร้างเสริมสุขภาพแก่เด็กวัยรุ่น เด็กวัยรุ่นทุกคนอยากเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกๆ คน แต่โอกาสของเด็กวัยรุ่นแต่ละคนไม่เท่ากัน หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำไปนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่รู้จริงๆ เขาขาดประสบการณ์ เขาขาดคนชี้แนะ การที่สังคมไม่ดีหล่อหลอมเขา แต่เมื่อเขารู้มันมักจะสายไปเสียแล้ว เขาไม่มีโอกาสกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นใหม่ได้ เขามีแต่ที่จะต้องรับผลจากที่เขาประพฤติตัวมาในตอนวัยรุ่นที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จงให้โอกาสเขาเหล่านั้น บางสิ่งบางอย่างที่เรามองว่าเป็นปัญหา แต่สำหรับวัยรุ่นแล้ว มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา เพราะเขาไม่รู้ไม่เข้าใจชีวิตจริงๆคืออะไร เพราะเขาคือวัยรุ่น วัยที่จะต้องเรียนรู้บทเรียนชีวิตเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราต่างหากที่จะต้องช่วยให้เขาได้มีโอกาส และได้เรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสม

วัยรุ่นกับยาเสพติด

พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล

ปัญหาวัยรุ่นกับยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่มากในขณะนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมในปัจจุบันวัยรุ่น ถึงหันเข้าไปหายาเสพติดกันมากอย่างนี้

เท่าที่ได้มีการสำรวจมา สาเหตุใหญ่ของการเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น ไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใด ที่จะสนใจเพื่อน อยากจะลอง อยากจะเป็นอย่างคนนั้นคนนี้ หรืออยากจะทำอย่างที่เพื่อนทำ จนกระทั่งกลายมาเป็นแฟชั่น ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ถ้าถามว่ารู้โทษของยาเสพติดไหม เด็กๆ ก็รู้ แต่เพียงเพราะอยากที่จะตามเพื่อนๆ ไป ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด

นอกจากนี้สภาพแวดล้อม ก็มีส่วนเอื้อให้มีปัญหายาเสพติดขึ้น เดิมทียาเสพติดเป็นสิ่งที่จะมีในสถานที่หรือแหล่งที่มีลักษณะจำเพาะในการระบาดของยาเสพติดเท่านั้น แต่ปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดมาถึงในโรงเรียนแล้ว เด็กๆ สามารถหายาเสพติดได้ในโรงเรียน และแม้แต่รอบรั้วโรงเรียนเองก็กลายเป็นที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กของเราไปเสียแล้ว

ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ทำให้เด็กบางคนเข้าไปสู่การใช้ยาเสพติด ก็คือปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยของเขาด้วย ด้วยความที่เขาอยากเป็นตัวของเขาเองทำให้เด็กบางทีรู้สึกไม่อยากเชื่อฟังสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด บางทีก็แสดงความก้าวร้าวออกมา ถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูไม่เข้าใจ ก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงกับเด็ก หรือพยายามเข้าไปควบคุมหรือจัดการกับเขา เด็กก็จะยิ่งต่อต้านมากขึ้น อะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ดี อะไรที่เราห้ามเขา อะไรที่เราบอกว่าอย่าทำ เด็กก็จะยิ่งอยากทำ เหมือนจะประชดผู้ใหญ่ไปทางหนึ่งด้วย แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังอ่อนอยู่ ทำให้ไม่ทราบว่าการประชดด้วยการใช้ยาเสพติดนั้นเป็นสิ่งที่มีอันตรายต่อตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนปัจจัยต่อไปที่จะทำให้เด็กบางคนที่เมื่อหันเข้าไปลองแล้ว เกิดการติดยาเสพติดค่อนข้างจริงจัง คือปัญหาในเรื่องของภาวะทางอารมณ์ เด็กๆ หลายคนไม่มีความสุข เขารู้สึกเศร้าใจ รู้สึกทุกข์ใจ มีปัญหาต่างๆ รอบตัวโดยเฉพาะเรื่องในครอบครัว ความไม่ลงรอยกันในครอบครัว ความขัดแย้งกันของคุณพ่อคุณแม่ การทะเลาะเบาะแว้งกันที่บางทีถึงขนาดทำร้ายร่างกายกัน ทำให้เด็กรู้สึกไม่มีความสุข ความกลัดกลุ้มใจ ทุกข์ใจเช่นนี้แหละที่ทำให้เขาจมอยู่กับยาเสพติด บางคนอาจลองด้วยความตั้งใจ เพราะรู้สึกว่าในขณะที่ชีวิตไม่มีความสุขนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ให้ความสุขกับเขาได้ ทำให้เขาลืมความทุกข์ต่างๆ เหล่านี้ไปได้ หากครอบครัวมีความสุข เด็กจะไม่คิดสนใจพึ่งยาเสพติดเช่นนี้

ปัจจุบันยาเสพติดได้เปลี่ยนรูปแบบของการระบาดไปมาก จากเดิมเคยพบเป็นเฮโรอีน ก็กลายเป็นยาบ้า ตัวยานี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยเข้าไปปรับหรือเปลี่ยนแปลงสารเคมีบางตัว ทำให้มีฤทธิ์ที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกคึกคัก มีพลัง หรือเพลิดเพลินค่อนข้างมาก เราจึงได้ยินข่าวบ่อยๆ ว่า วัยรุ่นไปจัดปาร์ตี้กันเพื่อความสนุก แล้วมียาเสพติดเข้ามามีส่วนประกอบ เด็กหลายคนชอบใจติดใจความสนุกสนานที่ได้รับจากฤทธิ์ของยาที่ตัวเองใช้กับเพื่อน ก็มาเล่าให้เพื่อนฟัง ชักจูงกันว่าสนุกสนานดีกว่าที่ไปปาร์ตี้กันเฉยๆ หรือในหลายครั้งก็มีลักษณะของการมอมเมา คือมีการแอบปนยาเสพติดในงานที่จัด หรือเพื่อนบางคนอาจจะไม่รู้แต่พอได้รับผลที่เกิดความสนุกขึ้นมา ก็เกิดความติดใจแล้วอยากจะใช้อีก จึงทำให้เกิดยาแพร่ระบาดไปได้เร็ว

ยาเสพติดมีผลกระทบต่อตัวเด็กในหลายด้าน

ผลกระทบอันแรกที่เราอาจจะสังเกตได้อย่างชัดเจนก็คือผลการเรียน ยาเสพติดเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง ฉะนั้นความสามารถในการเรียน ความตั้งใจ สมาธิในการเรียนของเขาจะลดลง ผลการเรียนก็เริ่มตกลง เด็กจะเริ่มมีปัญหาในการฝ่าฝืนกฎระเบียบ เพราะอยากจะใช้ยา บางทีอาจเห็นเด็กอยากโดดเรียน ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาโรงเรียนเลิก เพราะว่าอยากจะไปใช้ยาเสพติด หรืออาจพบมีปัญหาเที่ยวกลางคืนมากขึ้น

ผลกระทบต่อไป คือ ผลกระทบต่อร่างกาย ตัวยาเสพติดเองมีฤทธิ์โดยตรงต่อการทำงานของสมองของเราหรือมีฤทธิ์โดยตรงต่อทางร่างกาย การที่เราไม่หลับไม่นอนเอาแต่สนุกสนานนั้น ร่างกายเราสู้ไม่ไหว ก็จะทรุดโทรมลง เหนื่อย อ่อนเพลีย รู้สึกอยากจะนอนมากขึ้น เด็กอาจจะง่วงเหงาหาวนอนมากขึ้นในชั้นเรียน

ภาวะทางจิตใจเองก็มีผลให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล เกิดความรู้สึกก้าวร้าวมากขึ้น เพราะเมื่อมีความต้องการใช้ยา เด็กก็จะกระวนกระวาย เวลาใครเข้ามาขัดขวาง เด็กก็จะรู้สึกหงุดหงิด อาจจะทำอะไรลงไปที่รุนแรงมากขึ้น ที่สำคัญคือในบางรายอาจเกิดอาการทางจิตขึ้นอย่างที่เราเห็นข่าวกัน โดยยาบ้าอาจทำให้เกิดอาการหลอนทางประสาท ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะมีคนทำร้าย ดังนั้นเขาอาจทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขึ้น เนื่องจากอาการทางจิตของเขา เช่น ใช้มีดจับคนเข้ามาเป็นตัวประกัน หรือกังวลว่าเขาจะทำร้ายตัวเอง ก็จะแสดงอาการก้าวร้าวต่อคนอื่นได้

ยาบ้ายังทำให้เด็กมีโอกาสทำผิดกฎหมายได้มาก ด้วยความที่อยากได้ยามาใช้ เด็กอาจจะเริ่มลักขโมย ขโมยของ หรือว่าทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น ขู่กรรโชกเพื่อที่จะได้เงินมา นอกจากนี้มีผลกระทบอีกอันหนึ่งซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจทีเดียว คือ เด็กกลายเป็นผู้ขายยาเสพติดเสียเอง เพื่อเอาเงินบางส่วนไปซื้อยามาเสพ ซึ่งตรงนี้เป็นผลกระทบซึ่งรุนแรงทีเดียวสำหรับเด็ก

การป้องกัน

ทำอย่างไรเด็กของเราจึงจะไม่หันมาใช้ยาเสพติดอย่างนี้ ความใกล้ชิดในครอบครัวนี่แหละคือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในเรื่องปัญหายาเสพติด ความเอาใจใส่กับลูกไม่ได้เริ่มที่วัยรุ่น จริงๆ แล้ว เราเอาใจใส่รักใคร่กับเขามาโดยตลอด ความผูกพันอย่างนี้ ทำให้เด็กรับรู้และเข้าใจตระหนักดีว่า การหันเข้าไปหายาเสพติดทำให้ครอบครัวของเขาเกิดปัญหาขึ้น เขาจึงมีแรงยึดเหนี่ยวจากความรักความเอาใจใส่จากครอบครัว ทำให้ไม่หันเข้าไปหายาเสพติด

การพูดคุยกับลูกวัยรุ่นก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ว่าจะพูดอย่างไรจึงจะพอเหมาะ ด้วยความกังวลใจ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตเขามากขึ้น เข้าไปควบคุมเขา เข้าไปกำกับดูแล เข้าไปดูว่าเขาคุยโทรศัพท์กับใคร ในกระเป๋าเขามีอะไรบ้าง เข้าไปค้นในห้องนอนของเขา ลักษณะเช่นนี้ต้องระวังในเด็กวัยรุ่น เขาไม่ชอบให้เราเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของเขา การใช้วิธีพูดคุยกันในทำนองของการไถ่ถามถึงเรื่องราวทั่วๆ ไป เปิดโอกาสให้เขาปรึกษาหารือ พร้อมที่จะรับฟังเขา จะทำให้ความรู้สึกต่อต้านของเด็กลดลง เมื่อเขาเห็นว่าเราวางใจเขา ก็จะยินดีให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาว่าเวลานี้ เขาคิดอย่างไร เขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่อาจลองถามไถ่ต่อไปว่า มีบ้างไหม เขาบังเอิญเข้าไปใกล้ชิดกับปัญหาเรื่องยาเสพติด เขาคิดว่าเขาจะป้องกันตัวเองอย่างไร ถ้าเราพูดกับลูกอย่างนี้ เราจะได้แนวคิดว่าจริงๆ แล้วลูกเรามีความพร้อมในเรื่องการดูแลตัวเองจากยาเสพติดไหม ถ้าเขามีแนวคิดที่ดีอยู่แล้ว เขาป้องกันตัวเองอยู่แล้ว เราก็ให้เพียงแค่การสนับสนุน ชื่นชมเขา หรืออาจเสนอข้อมูลที่เราได้รับรู้มาใหม่ๆ เพื่อเขาจะได้ระมัดระวังตัวเขาเองมากขึ้น

อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการสังเกตพฤติกรรม โดยเมื่อเริ่มมีปัญหาแล้วเรารีบเข้าไปแก้ปัญหาโดยเร็ว ก็ย่อมจะดีกว่าปล่อยให้เขาติดยาเสพติดจนเรื้อรังจนแก้ไขได้ยาก การสังเกตพฤติกรรมช่วงแรกๆ จะพบว่าเด็กเริ่มมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอารมณ์หงุดหงิดและก้าวร้าว เด็กบางคนอาจเก็บตัวมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมที่แอบซ่อน เพราะว่าเขาคงไม่อยากเปิดเผยถึงการใช้ยาของเขาให้เราทราบ ถ้าเขามีปัญหาของการแอบซ่อนอย่าใช้วิธีค้นอย่างที่ว่า เพราะยิ่งหาเด็กก็ยิ่งพยายามซ่อน ระยะนี้อาจเพียงแต่เฝ้ามองพฤติกรรมอยู่ห่างๆ ดูซิว่าลูกเริ่มโกหก ลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมหลอกลวงหรือเปล่า แล้วก็ดูด้านอื่นร่วมกันด้วย เช่น เรื่องการเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจจะประสานกับคุณครูที่ดูแลลูกว่าขณะนี้ลูกมีปัญหาในชั้นเรียนอย่างไรไหม มีผลการเรียนตกลงไหมเพราะอะไร

กลุ่มเพื่อนของลูกก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรายอมรับเพื่อนของลูก เราก็สามารถติดตามได้ว่าเขาไปทำอะไรกันที่ไหนบ้าง แต่ถ้าเราปฏิเสธไม่ยอมรับเพื่อน ลูกก็จะเริ่มไม่บอกกับเราอย่างตรงไปตรงมา อาจยังแอบคบหาสมาคมกันโดยที่เราไม่รู้ ซึ่งข้อนี้จะเป็นอันตรายมากกว่า เพราะเราไม่มีทางทราบว่าเขาไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรบ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เปิดใจรับให้เพื่อนของลูกเข้ามาในบ้าน เข้ามาพูดคุยกัน ทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกันที่บ้าน ซึ่งดูแล้วอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น เขาอาจจะอยากขอมาเล่นดนตรีด้วยกันที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ก็ควรอนุญาตหรือยอมให้เขาทำอะไรบางอย่างร่วมกันบ้าง คุณจะได้เห็นลูกกับเพื่อนในสายตาอยู่เกือบตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยได้มากทีเดียวว่า ขณะนี้เขาไปทำอะไรที่ไหนบ้าง และการที่เราเปิดเผยกับลูก ยอมรับลูกในเรื่องต่างๆ เช่นนี้ จะทำให้ลูกเองก็พร้อมที่จะเปิดเผยกับเราด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเรามาร่วมมือกันอย่างนี้ก็คงช่วยกันไม่ให้ลูกเราหันเข้าไปหายาเสพติดกันได้

15 ปัญหาวัยรุ่น

1.การใช้ความรุนแรง

                                                                      
   ความหมายของคำว่า Violence หรือ ความรุนแรง หมายถึง การกระทำที่มีหรือส่อว่ามีเจตนา ที่จะกระทำให้บุคคลอื่นหรือกลุ่มบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ การบาดเจ็บนี้อาจเนื่องมาจากการทำร้ายร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  บทบาทของเด็กวัยรุ่นนั้นในความรุนแรงนั้น อาจจะเป็นทั้งผู้กระทำและถูกกระทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับโอกาสปัจจัยสิ่งแวดล้อม ฯลฯ จากการศึกษาพบว่าเด็กวัยรุ่นจะตกเป็นผู้ถูกกระทำ(ถูกทำร้าย)เป็น 2 เท่าของผู้ใหญ่ และในปัจจุบันพบว่าเด็กที่ถูกทำร้ายและทำร้ายผู้อื่นจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ และผู้ชายโดยทั่วไปแล้วจะเป็นทั้งผู้ทำร้ายและผู้ถูกทำร้ายสูงกว่าเด็กผู้หญิง ยกเว้นบางกรณีเรื่องทางเพศ กลุ่มเด็กผู้หญิงจะเป็นผู้ถูกกระทำสูงกว่าเพศชาย และที่น่าสนใจก็คือ เด็กที่ถูกทำร้ายคนที่เป็นผู้กระทำมักจะเป็นคนใกล้ชิดและมักจะเป็นคนในครอบครัว และสาเหตุการตายความรุนแรงในเด็กวัยรุ่นมักจะเป็นสาเหตุจากการใช้อาวุธปืน เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง

   ความรุนแรงในเด็กวัยรุ่นในสังคมปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ดังเราจะเห็นเป็นข่าวที่ปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันทั่วไป เช่น เด็กนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน เด็กวัยรุ่นใช้ปืนยิงคู่อริ และยิงตัวตาย กลุ่มเด็กวัยรุ่นรุมข่มขืนเด็กผู้หญิง ฯลฯ มีการใช้อาวุธที่รุนแรงและอันตราย เช่น มีด ปืน วัตถุ ระเบิดความรุนแรงในเด็กวัยรุ่นนำไปสู่สาเหตุการตายในเด็กวัยรุ่นมีจำนวนมากขึ้น นอกจากสาเหตุจากอุบัติเหตุจากยานยนต์ที่เคยเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง เด็กวัยรุ่นเป็นช่วงระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ วุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ การปรับตัวเข้าอยู่ในสังคมที่สำคัญโดยธรรมชาติของเด็กวัยรุ่น เป็นช่วงระยะเวลาแห่งการเรียนรู้หาประสบการณ์ อยากลองสิ่งแปลกใหม่และทำในสิ่งที่ท้าทาย โดยมีความรู้สึกว่าตนเองแน่ เก่ง ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดกับคนอื่นจะไม่เกิดกับตนเองและไม่คำนึงผลที่จะเกิดตามมาในอนาคต ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่การมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ ในวัยรุ่นมากมาย 

   เด็กวัยรุ่นเรียนรู้ชีวิตจากชีวิตจริงที่เขาดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็เรียนรู้หรือซึมซับความรุนแรงจากชีวิตจริง ที่เขาได้เห็นได้สัมผัสจากคนใกล้ชิด , ครอบครัว , ชุมชน , สังคม , โรงเรียน , สิ่งแวดล้อม ตลอดจนจากสื่อต่างๆ ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อเด็กเล็กๆ และเด็กวัยรุ่นในสังคมปัจจุบัน  

   ความรุนแรงต่อร่างกาย เป็นความรุนแรงที่ใช้กำลัง หรืออุปกรณ์ใด ๆ เป็นอาวุธ แล้วมีผลทำให้ผู้ถูกกระทำบาดเจ็บต่อร่างกาย เช่น การตบ ผลัก หยิก กัด ขว้าง ปา ทุบ ตี เตะ ต่อย และร้ายแรงถึงขั้นใช้อาวุธจนนำไปสู่การฆาตกรรม ซึ่งระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้เป็นเหยื่อเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว บวมช้ำ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก กระดูกหัก และเสียชีวิตได้ที่รุนแรงที่สุดคือความรุนแรงทางเพศ หมายถึง การกระทำในในลักษณะข่มขืน ลวนลามทางเพศ บังคับให้ร่วมหลับนอน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอมพร้อมใจ การละเมิดสิทธิทางเพศต่าง ๆ รวมตั้งแต่การอวดอวัยวะเพศ การจับต้อง  ลูบคลำ ทั้งการทำกับเด็ก หรือว่าให้เด็กจับอวัยวะเพศของตน  ให้เด็กดูสื่อลามก ถ่ายรูปโป๊เด็ก การสำเร็จความใคร่กับเด็ก หรือกระทำต่อหน้าเด็ก การใช้ปากกับอวัยวะเพศเด็กหรือให้เด็กใช้กับตน ถือว่าเป็นการลวนลามทางเพศทั้งสิ้น

   ส่วนความรุนแรงต่อจิตใจ คือ การกระทำหรือละเว้นไม่กระทำ ทอดทิ้ง เพิกเฉย ไม่ดูแลไม่ใส่ใจ ไม่ให้เกียรติ  การทำร้ายจิตใจมีผลทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเสียใจ  เสียสิทธิและเสรีภาพ  เช่น  การพูดจาดูถูก  ด่าทอ  เหยียดหยาม  การก้าวร้าวทางวาจา  การรบกวนรังควาน  ปล่อยปละทอดทิ้ง  ปฏิเสธสิทธิที่พึงมีพึงได้  การแสดงความเป็นเจ้าของที่มากเกินควร 
การริดรอนสิทธิด้านทรัพย์สินเงินทอง และทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น 

ใครควรจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเยียวยาแก้ไขได้บ้าง? บุคคลกลุ่มแรกที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบน่าจะ เป็นครอบครัว เชื่อว่าเด็กที่ถูกอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี มีจิตใจอ่อนโยน มีเมตตาต่อผู้อื่น ย่อมไม่น่าจะมีนิสัยก้าวร้าวนิยมการใช้ความรุนแรง การที่เด็กจะมีนิสัยอ่อนโยน หรือมีพฤติกรรมที่จัดว่าเป็นคนดีได้ น่าจะเกิดจากการให้ความรักของพ่อแม่ในทางที่ถูกที่ควร
และรู้จักอบรมให้ลูกสามารถแยกแยะผิดถูก ชั่วดีได้ ซึ่งจะพบว่าพ่อแม่จำนวนไม่น้อยไม่มีเวลาให้กับลูก เพราะต้องทำมาหากินตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกเพียงพอ เมื่อมีวิกฤตใดๆ เกิดขึ้นกับลูกพ่อแม่บางส่วนมักมีโอกาสแสดงความรักต่อลูก ด้วยการออกมาปกป้อง ทั้งที่ลูกของตนเองเป็นฝ่ายผิดก็ตามแม้ว่าการปกป้องลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ แต่หากปกป้องในทางที่ผิด ก็เหมือนซ้ำเติมลูกเข้าไปอีกการปกป้องลูกของพ่อแม่ในทางที่ผิด บางครั้งที่ไม่เป็นข่าว มักพบเห็นตามโรงเรียน เวลานักเรียนทะเลาะวิวาทตบตีกัน พ่อแม่บางคนเข้าข้างลูกของตนเอง โดยมิได้สนใจสาเหตุ หากครูดำเนินการใดๆ แค่การว่ากล่าวตักเตือน ก็อาจกลับมาเล่นงานครูอีก โดยที่ไม่ได้พิจารณาพฤติกรรมของลูก การกระทำแบบนี้ของพ่อแม่ เข้าข่ายพฤติกรรมที่เรียกว่า พ่อแม่รังแกฉัน
ในส่วนนี้จะเรียกร้องอย่างไร ให้พ่อแม่รักลูกให้ถูกทาง และรู้จักการแสดงความรักต่อลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม หรือจะเรียกร้องให้ใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อให้พ่อแม่คอยสอดส่องพฤติกรรมและดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมากกว่านี้?                  

   บุคคลกลุ่มที่ 2 คงหนีไม่พ้น ครู อาจารย์ ในโรงเรียนต้อง คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมนักเรียนของตนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพฤติกรรมในโรงเรียน แต่ปัญหาที่ทำให้ครูยังทำได้ไม่เต็มที่ เกิดจากเหตุผลสัก 2-3 ข้อ เป็นปัญหาที่ครูพากันปวดหัว นอกจากต้องสอนมาก มีการบ้านตรวจมากแล้ว การปฏิรูปการศึกษาที่ทำให้ครูมีงานสุมหัวมากมาย ทั้งการประชุมเพื่อติดตามเรื่องนั้นเรื่องนี้ จากฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ การเก็บข้อมูล การกรอกเอกสารที่ไม่มีวันจะเสร็จสิ้น
การที่ภารกิจของครูที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับการสอนโดยตรงมีมากเกินไป ได้แย่งเวลาที่ครูที่ปรึกษาควรจะใช้สอดส่องพฤติกรรมของเด็กอีกทั้งระเบียบของกระทรวงศึกษาว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ห้ามลงโทษด้วยการตี แล้วให้ว่ากล่าวตักเตือนไปจนถึงลงโทษให้ประกอบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ทำทัณฑ์บน สั่งพักการเรียน แต่ไม่มีสิทธิไล่ออก
อย่างมากก็เชิญออกจากสถาบันการศึกษานี้ แล้วหาที่เรียนให้ในสถาบันการศึกษาใหม่ ซึ่งจะพบว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็ก เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ที่เกิดปัญหาจากโรงเรียนหนึ่งไปอีกโรงเรียนหนึ่งเท่านั้น มาตรการห้ามลงโทษด้วยการตี เป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนของเด็กอย่างมาก มากเสียจนแทบจะพบอยู่บ่อยๆ ว่าเด็กมีสิทธิมนุษยชนเหนือกว่าพ่อแม่ ด้วยการไม่ฟังแล้วยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว  เมื่อได้รับการอบรมสั่งสอนตักเตือนของพ่อแม่ แม้แต่ต่อหน้าครู อาจารย์ในโรงเรียนก็ตาม
เมื่อไม่ให้ครูใช้ไม้เรียว จึงต้องใช้มาตรการอบรมสั่งสอน ซึ่งผู้ออกกฎระเบียบเรื่องนี้ลืมไปว่า พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบคนเป็นบัว 4 เหล่า มีทั้งที่พ้นน้ำแล้ว และที่ยังอยู่ในโคลนตม เมื่อเป็นดังนี้ การใช้มาตรการว่ากล่าวตักเตือน หากเป็นเด็กที่เป็นบัวพ้นน้ำแล้ว ไม่ต้องว่ากล่าวตักเตือน แต่มองด้วยสายตาตำหนิ เด็กเหล่านี้ก็ไม่กล้าทำผิด
แต่หากเป็นเด็กที่เป็นประเภทบัวที่อยู่ในโคลนตม การว่ากล่าวตักเตือนนอกจากไม่เกิดผลใดๆ แล้วยังทำให้ครูเกิดความเบื่อหน่ายท้อถอย เพราะนอกจากวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผลแล้ว การที่ครูทำอะไรไม่ได้มาก ยังทำให้พฤติกรรมของเด็กที่ก้าวร้าวเกเรมีจำนวนขึ้นกว่าเดิม
หากกระทรวงศึกษาธิการไม่รื้อฟื้นการใช้ไม้เรียว เพียงเพราะเห็นว่าได้ผ่านช่วงเวลาในอดีตมาแล้ว เพราะเปรียบ ไม้เรียว เหมือนสัญลักษณ์ของความล้าหลัง ต้องหามาตรการให้ครูใช้กับเด็กเกเรได้มากกว่าการอบรมสั่งสอน

2.หนีออกจากบ้าน

 

 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้วัยโจ๋ตัดสินใจหนีออกจากบ้านด้วยความสมัครใจนั้น            
หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายบอกว่าเด็กไทยในปัจจุบันอารมณ์ค่อนข้างเปราะบาง
ส่วนสำคัญมาจากพ่อแม่ ผู้ปกครองเลี้ยงลูกแบบประคบประหงม ไม่กล้าดุว่ากลัวลูกโกรธ
แต่เมื่อโดนดุและตำหนิ เด็กจะรับไม่ได้ว่าทำไมต้องโดนดุด่าทั้งที่เป็นเรื่องเล็กน้อย เด็กจึงน้อยใจและไม่อยากอยู่บ้าน
ที่น่าเป็นห่วงคือ การหายตัวออกจากบ้านด้วยความสมัครใจของเด็กไทยจะกลายเป็นแฟชั่น
ที่เด็กไทยแนะนำเพื่อนให้เลียนแบบเพื่อใช้เป็นวิธีการต่อรองสิ่งที่ต้องการกับพ่อแม่ อย่างเด็กบางคนเห็นเพื่อนใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ก็อยากได้บ้าง เมื่อพ่อแม่ไม่ให้ก็รู้สึกผิดหวังและคิดหนีออกจากบ้านเพื่อประชดพ่อแม่ ปัญหาที่เกิดกับเด็กที่หนีออกจากบ้าน นอกจากความไม่ปลอดภัยในชีวิตแล้ว ยังมีปัญหาที่น่าห่วงอีกมากมายตามมา

3.สารเสพติด 

 

     ปัญหาวัยรุ่นกับยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่มากในขณะนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ทำไมในปัจจุบันวัยรุ่นถึงหันเข้าไปหายาเสพติดกันมากอย่างนี้

   เท่าที่ได้มีการสำรวจมา สาเหตุใหญ่ของการเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ ”อยากลอง”
ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น ไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใด ที่จะสนใจเพื่อน อยากจะลอง อยากจะเป็นอย่างคนนั้นคนนี้ หรืออยากจะทำอย่างที่เพื่อนทำ จนกระทั่งกลายมาเป็นแฟชั่น ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า 'ใครๆ เขาก็ทำกัน' เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ถ้าถามว่ารู้โทษของยาเสพติดไหม เด็กๆ ก็รู้ แต่เพียงเพราะอยากที่จะตามเพื่อนๆ ไป ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด

   นอกจากนี้สภาพแวดล้อม ก็มีส่วนเอื้อให้มีปัญหายาเสพติดขึ้น
เดิมทียาเสพติดเป็นสิ่งที่จะมีในสถานที่หรือแหล่งที่มีลักษณะจำเพาะในการระบาดของยาเสพติดเท่านั้น แต่ปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดมาถึงในโรงเรียนแล้ว เด็กๆ สามารถหายาเสพติดได้ในโรงเรียน และแม้แต่รอบรั้วโรงเรียนเองก็กลายเป็นที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กของเราไปเสียแล้ว

   ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ทำให้เด็กบางคนเข้าไปสู่การใช้ยาเสพติด ก็คือปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยของเขาด้วย ด้วยความที่เขาอยากเป็นตัวของเขาเองทำให้เด็กบางทีรู้สึกไม่อยากเชื่อฟังสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด บางทีก็แสดงความก้าวร้าวออกมา ถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูไม่เข้าใจ ก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงกับหรือพยายามเข้าไปควบคุมหรือจัดการกับเขา เด็กก็จะยิ่งต่อต้านมากขึ้น อะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ดี อะไรที่เราห้ามเขา อะไรที่เราบอกว่าอย่าทำ เด็กก็จะยิ่งอยากทำ เหมือนจะประชดผู้ใหญ่ไปทางหนึ่งด้วย แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังอ่อนอยู่
ทำให้ไม่ทราบว่าการประชดด้วยการใช้ยาเสพติดนั้นเป็นสิ่งที่มีอันตรายต่อตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

   ส่วนปัจจัยต่อไปที่จะทำให้เด็กบางคนที่เมื่อหันเข้าไปลองแล้ว เกิดการติดยาเสพติดค่อนข้างจริงจัง คือปัญหาในเรื่องของภาวะทางอารมณ์ เด็กๆ หลายคนไม่มีความสุข เขารู้สึกเศร้าใจ รู้สึกทุกข์ใจ มีปัญหาต่างๆ รอบตัวโดยเฉพาะเรื่องในครอบครัว ความไม่ลงรอยกันในครอบครัว ความขัดแย้งกันของคุณพ่อคุณแม่ การทะเลาะเบาะแว้งกันที่บางทีถึงขนาดทำร้ายร่างกายกัน ทำให้เด็กรู้สึกไม่มีความสุข ความกลัดกลุ้มใจ ทุกข์ใจเช่นนี้แหละที่ทำให้เขาจมอยู่กับยาเสพติด บางคนอาจลองด้วยความตั้งใจ เพราะรู้สึกว่าในขณะที่ชีวิตไม่มีความสุขนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ให้ความสุขกับเขาได้ ทำให้เขาลืมความทุกข์ต่างๆ เหล่านี้ไปได้ หากครอบครัวมีความสุข เด็กจะไม่คิดสนใจพึ่งยาเสพติดเช่นนี้

   ปัจจุบันยาเสพติดได้เปลี่ยนรูปแบบของการระบาดไปมาก จากเดิมเคยพบเป็นเฮโรอีน ก็กลายเป็นยาบ้า ตัวยานี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยเข้าไปปรับหรือเปลี่ยนแปลงสารเคมีบางตัว
ทำให้มีฤทธิ์ที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกคึกคัก มีพลัง หรือเพลิดเพลินค่อนข้างมาก เราจึงได้ยินข่าวบ่อยๆ ว่า วัยรุ่นไปจัดปาร์ตี้กันเพื่อความสนุก แล้วมียาเสพติดเข้ามามีส่วนประกอบ เด็กหลายคนชอบใจติดใจความสนุกสนานที่ได้รับจากฤทธิ์ของยาที่ตัวเองใช้กับเพื่อน ก็มาเล่าให้เพื่อนฟัง ชักจูงกันว่าสนุกสนานดีกว่าที่ไปปาร์ตี้กันเฉยๆ หรือในหลายครั้งก็มีลักษณะของการมอมเมา คือมีการแอบปนยาเสพติดในงานที่จัด หรือเพื่อนบางคนอาจจะไม่รู้แต่พอได้รับผลที่เกิดความสนุกขึ้นมา
ก็เกิดความติดใจแล้วอยากจะใช้อีก จึงทำให้เกิดยาแพร่ระบาดไปได้เร็ว

การป้องกัน
ทำอย่างไรเด็กของเราจึงจะไม่หันมาใช้ยาเสพติดอย่างนี้ ความใกล้ชิดในครอบครัวนี่แหละคือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในเรื่องปัญหายาเสพติด ความเอาใจใส่กับลูกไม่ได้เริ่มที่วัยรุ่น จริงๆ แล้ว เราเอาใจใส่รักใคร่กับเขามาโดยตลอด ความผูกพันอย่างนี้ ทำให้เด็กรับรู้และเข้าใจตระหนักดีว่า
การหันเข้าไปหายาเสพติดทำให้ครอบครัวของเขาเกิดปัญหาขึ้น เขาจึงมีแรงยึดเหนี่ยวจากความรักความเอาใจใส่จากครอบครัว ทำให้ไม่หันเข้าไปหายาเสพติด

   การพูดคุยกับลูกวัยรุ่นก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ว่าจะพูดอย่างไรจึงจะพอเหมาะ ด้วยความกังวลใจ
คุณพ่อคุณแม่อาจจะเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตเขามากขึ้น เข้าไปควบคุมเขา เข้าไปกำกับดูแล
เข้าไปดูว่าเขาคุยโทรศัพท์กับใคร ในกระเป๋าเขามีอะไรบ้าง เข้าไปค้นในห้องนอนของเขา
ลักษณะเช่นนี้ต้องระวังในเด็กวัยรุ่น เขาไม่ชอบให้เราเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของเขา
การใช้วิธีพูดคุยกันในทำนองของการไถ่ถามถึงเรื่องราวทั่วๆ ไป เปิดโอกาสให้เขาปรึกษาหารือ
พร้อมที่จะรับฟังเขา จะทำให้ความรู้สึกต่อต้านของเด็กลดลง เมื่อเขาเห็นว่าเราวางใจเขา ก็จะยินดีให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาว่าเวลานี้ เขาคิดอย่างไร เขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่อาจลองถามไถ่ต่อไปว่า มีบ้างไหม เขาบังเอิญเข้าไปใกล้ชิดกับปัญหาเรื่องยาเสพติด เขาคิดว่าเขาจะป้องกันตัวเองอย่างไร ถ้าเราพูดกับลูกอย่างนี้ เราจะได้แนวคิดว่าจริงๆ แล้วลูกเรามีความพร้อมในเรื่องการดูแลตัวเองจากยาเสพติดไหม ถ้าเขามีแนวคิดที่ดีอยู่แล้ว เขาป้องกันตัวเองอยู่แล้ว เราก็ให้เพียงแค่การสนับสนุน ชื่นชมเขา หรืออาจเสนอข้อมูลที่เราได้รับรู้มาใหม่ๆ เพื่อเขาจะได้ระมัดระวังตัวเขาเองมากขึ้น

   อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการสังเกตพฤติกรรม โดยเมื่อเริ่มมีปัญหาแล้วเรารีบเข้าไปแก้ปัญหาโดยเร็วก็ย่อมจะดีกว่าปล่อยให้เขาติดยาเสพติดจนเรื้อรังจนแก้ไขได้ยาก การส

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


Size : 37.44 KBs
Upload : 2011-01-05 00:55:32

Size : 41.52 KBs
Upload : 2012-05-09 11:27:46

Size : 28.97 KBs
Upload : 2012-05-09 11:27:56

Size : 33.20 KBs
Upload : 2012-05-09 11:28:05

Size : 15.75 KBs
Upload : 2012-05-09 11:28:12

Size : 38.99 KBs
Upload : 2012-05-09 11:28:36

Size : 22.18 KBs
Upload : 2012-05-09 11:28:51

Size : 2.85 KBs
Upload : 2012-05-09 11:30:11

Size : 117.46 KBs
Upload : 2012-05-09 11:30:24

Size : 4.20 KBs
Upload : 2012-05-09 11:30:42

Size : 77.18 KBs
Upload : 2012-05-09 11:30:58

Size : 20.05 KBs
Upload : 2012-05-09 11:31:20

Size : 14.96 KBs
Upload : 2012-05-09 11:31:30

Size : 14.48 KBs
Upload : 2012-05-09 11:31:44

Size : 36.30 KBs
Upload : 2012-05-09 11:32:03

Size : 60.59 KBs
Upload : 2012-05-09 11:32:20

Size : 55.71 KBs
Upload : 2012-05-09 11:32:32

Size : 16.48 KBs
Upload : 2012-05-09 11:32:47

Size : 119.38 KBs
Upload : 2012-05-09 11:33:01

Size : 39.17 KBs
Upload : 2012-05-09 11:33:17

Size : 17.90 KBs
Upload : 2012-05-09 11:33:39

Size : 14.32 KBs
Upload : 2012-05-09 11:33:49

Size : 41.44 KBs
Upload : 2012-05-09 11:34:03

Size : 24.82 KBs
Upload : 2012-05-09 11:34:20

Size : 24.97 KBs
Upload : 2012-05-09 11:34:35

Size : 8.80 MBs
Upload : 2012-05-09 11:36:33

Size : 18.09 KBs
Upload : 2012-05-09 11:36:51

Size : 74.59 KBs
Upload : 2012-05-09 11:37:40
ติชม

สรุปปัญหาวัยรุ่นไทยสมัยนี้
1. ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยวัยรุ่นด้วย ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองบอก ส่วนใหญ่จะเชื่อเพื่อนและไปตามเพื่อน อารมณ์ความรุนแรง
2. ปัญหาทางด้านการเรียน การใช้สมอง สติ ปัญญา ในการเรียนจะลดน้อยลง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นบางคนเที่ยวกลางคืน และไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน ความคิดก็ไม่ไปกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่มีสติในการเรียน
3. การมีรักในวัยเรียนของวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การทำแท้ง การติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์
4. ปัญหาการติดยาเสพติด การเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน”

ตั้งโดย : tk
2011-10-12 17:35:23
กำลังแสดงหน้า 1/1
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

48
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


pk
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
ศิลปะ


Princess Chulabhorn Science High School Lopburi:::http://www.pccl.ac.th
216 m.1 Huoypong ,Khoksamrong ,Lopburi 15120 Tel. 036650260-1 E-mail pccllopburi@hotmail.com


Generated 0.641111 sec.