tk Article


ประโยชน์ของถั่วลิสง อาหารจากถั่วลิสง การปลูก ฯลฯ

ประโยชน์ของถั่วลิสง

เมื่อพูดถึงถั่วลิสงคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักใช่ไหมค่ะ แล้วคุณรู้ไหมว่าประโยชน์ของถั่วลิสงนั้นมีมากมายแถม ประโยชน์ของถั่วลิสง ก็ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วยนะ ว่าแล้วเราคงต้องหันมารับประทานถั่วลิสงกันเยอะ ๆ ซะแล้วแหละ อิอิอิ เพราะ ประโยชน์ของถั่วลิสง มีมากมายจริง ๆ เลย แถมกินเพลินสนุกปากกันไปเลย ว่าแล้วอย่ารอช้าเรามาดู ประโยชน์ของถั่วลิสง และสรรพคุณกันเลยค่ะ

สรรพคุณ / ประโยชน์ของถั่วลิสง


- ก้านและใบ ใช้สดและแห้งถ้าสดใช้ประมาณ 40 กรัม ถ้าใช้แห้งประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกินน้ำหรือใช้ภายนอกตำพอกรักษาแผลหกล้มกระทบกระแทกหรือแผลที่มีหนองเรื้อรังใช้กินเป็นยาลดความดันโลหิตสูง นอกจากนี้แล้วในก้านและใบยังมีสาร 1-pentene-3-ol, l-hexanol, linalool, -terpinol และ geraniol

- เมล็ด ใช้แห้งประมาณ 60-100 กรัม นำมาบดชงหรือต้มกินจะมีรสชุ่มหล่อลื่นปอดรักษาอาการไอแห้ง ๆ บำรุงกำลัง บำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอดที่มีน้ำนมน้อย สมานกระเพาะอาหารและในเมล็ดนั้นจะมีน้ำมันประมาณ 40-50% สารประกอบพวกที่มีไนโตนเจน เซลลูโลส แห้ง เถ้า และพวกวิตามินต่าง ๆ สารไนโตรเจนนอกจากจะเป็นโปรตีนแล้วยังมีพวกกรดอมิโน อัลคาลอยด์ และวิตามินได้แก่วิตามินบีหนึ่ง

- น้ำมันจากเมล็ด
ใช้ประมาณ 30-60 มล. นำมาผสมกินจะมีรสชุ่ม เป็นยาระบาย หล่อลื่นลำไส้ ถ้าใช้ภายนอกให้ใช้ทาถูนวด นอกจากนี้แล้วน้ำมันในเมล็ดยังประกอบด้วยกรดไขมันและกลีเซอไรด์

- อื่น ๆ
ถั่วลิสงเป็นพรรณไม้ที่ให้น้ำมันมากและเมล็ดยังใช้ทำเป็นขนมและผสมในลูกกวาด ช็อกโกแลต ใส่แกงต้มจืด นอกจากนี้ยังทำเป็นเนยเทียมก็ได้ ส่วนกากของเมล็ดนั้นบีบน้ำมันให้เป็นกรดอมิโนอาจินีน (arginine) และกรดกลูตามิค (glutamic acid) แล้วยังใช้เป็นอาหารสัตว์ทำปุ๋ยหรือเป็นยาฆ่าแมลง และน้ำมันจากเมล็ดนี้ยังใช้ถูทารักษาอาการปวดตามข้อและปวดตามกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัวทำละลายของยาฉีดที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบางชนิดหรือใช้ทำยาเตรียมพวก Iiniments ทำปลาสเตอร์ ทำสบู่ใช้เช่นเดียวกับน้ำมันโอลีฟและยังใช้เป็นพวกน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องจักรเมล็ดถั่วลิสงและน้ำมันใช้เป็นอาหาร
ตำรับยา

1. สำหรับสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ มีน้ำนมน้อย ใช้เมล็ดประมาณ 100 กรัม และขาหมูขาหน้าเอามาต้มกิน

2. อาการไอแห้ง ๆ เรื้อรัง และเด็กที่ชอบไอกรน ให้ใช้เมล็ดถั่วต้มใส่น้ำตาลกรวดหรือเกลือกิน

3. ขาเป็นเหน็บชาบ่อย ๆ ให้ใช้เมล็ดสดและต้องมีเยื่อหุ้มเมล็ดอยู่ประมาณ 100 กรัมและถั่วแดง ประมาณ 100 กรัม เปลือกผลของพุทราจีนประมาณ 100 กรัม ใช้ต้มกินหลาย ๆ ครั้ง


ข้อมูลทางคลีนิค


1. รักษาโรคตับอักเสบเป็นดีซ่านอย่างเฉียบพลัน

2. รักษาเยื้อตาอักเสบอย่างเฉียบพลันชนิดที่ติดต่อได้

3. ใช้ฉีดเป็นยาสลบ

4. รักษาอาการนอนละเมอผิดปรกติ

5. รักษาพยาธิไส้เดือนที่อุดตันในลำไส้

6. รักษาโรคบิดแบคทีเรียอย่างเฉียบพลัน


ข้อมูลทางเภสัชวิทยา


1. น้ำมันถั่วลิสง กับการเกิดอาการโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Arteriosclerosis)

2. น้ำมันถั่วลิสงที่ใช้เป็นยาฉีดจะมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคบางชนิดได้เล็กน้อย

3. ฤทธิ์อื่น ๆ ในเมล็ดถั่วลิสงจะมีสารที่ทำให้เป็นเม็ดเลือดแดงของคนที่ผานเอนไซม์นิวรามิเดส (Neuramidase) มาก่อนจะจับตัวกัน (Vegetable agglutinin) จัดเป็นสารที่ต่อต้านสารพ (Anti-P agglutinin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว

4. ห้ามโลหิต รักษาอาการโลหิตออกง่ายในโรคฮีโมฟิลเลีย (Haemophilia)


พจนานุกรม สมุนไพรไทย ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก samunpri ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

ถั่วลิสงต้ม อาหารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี


 

พวกเราคงจะชื่นชอบหรือชิงชังเจ้าถั่วลิสงต้มไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีสำหรับคนชอบถั่วลิสงต้มมาฝากครับ...

ท่านอาจารย์ลอยด์ วอล์คเคอร์ หนึ่งในผู้ร่วมทำการศึกษาวิจัยเรื่องถั่วลิสง และคณะจากมหาวิทยาลัยอลาบามา A&M สหรัฐฯ ทำการศึกษาว่า จะปรุงถั่วลิสงอย่างไรจึงจะได้สารต้านอนุมูลอิสระ (แอนตีออกซิแดนท์) สูงสุด

 

ผลการศึกษาพบว่า การนำถั่วลิสงไปต้มมีส่วนช่วยให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (แอนตีออกซิแดนท์) ในถั่วเพิ่มขึ้นได้จนถึง 4 เท่า

การปรุงถั่วลิสงมากเกินไป เช่น ร้อนเกิน หรือนานเกิน ฯลฯ อาจมีส่วนทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในถั่วลดลงได้

 

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า พืชผักบางอย่างมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เมื่อผ่านการคั่วคือ กาแฟ

ถั่วลิสงเป็นแหล่งสารเรสเวอราทรอล (resveratrol) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมี (สารคุณค่าพืชผัก) ที่พบในองุ่นและไวน์ ซึ่งอาจทำให้คนฝรั่งเศสอายุยืน และมีโรค เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ฯลฯ น้อย

 

คนไทยเรานิยมนำถั่วลิสงมาต้มหรือคั่ว ชาวพม่านิยมนำถั่วลิสงมาคั้นเป็นน้ำมันถั่วลิสง

คนพม่าแต่เดิมจะใช้น้ำมันถั่วลิสงกับน้ำมันงามาก ต่อมาน้ำมันปาล์ม(ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูง)จากเพื่อนบ้าน เช่น ไทย ฯลฯ เข้าไปตีตลาด ประกอบกับน้ำมันถั่วลิสงมีราคาแพง ทำให้คนพม่าที่จนลงไปทุกวันมีโอกาสใช้น้ำมันถั่วลิสงน้อยลง

 

น้ำมันถั่วลิสงและน้ำมันรำข้าวมีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fatty acid / MUFA) ค่อนข้างสูง น้ำมันชนิดนี้ช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และอาจช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดี (HDL) ได้

น้ำมันมะพร้าว กะทิ และน้ำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวสูง น้ำมันพืชไม่มีโคเลสเตอรอล ทว่า... ส่งผลให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) เพิ่มขึ้น

 

เรียนเสนอให้พวกเราลองลดการใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพราว และกะทิให้น้อยลง นอกจากนั้นน่าจะลองทำถั่วลิสงต้มกินเอง ซึ่งควรเลือกเมล็ดที่ลอยน้ำ(มักจะเสีย) หรือเมล็ดที่มีรอยเน่าเสียทิ้งไป และไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารหลากหลายชนิด และไม่ซ้ำซากจนเกินไป

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ

~~~เป็นหนุ่มและสาวอยู่เสมอถ้ากินถั่วลิสง ~~~

 


ถั่ว ลิสงเป็นพืชที่มีคุณค่าทางการบำรุงร่างกายสูงกล่าวกันที่ช่วยให้มีอายุยืน จนได้รับสมญานามว่า พืชอายุวัฒนะ ถั่วลิสงมีโปรตีนสูงประมาณ ๓๐% จะเป็นรองก็แต่ถั่วเหลืองเท่านั้น

ปริมาณโปรตีนใน ถั่วลิสงสูงกว่าในข้าวสาลี ๑ เท่า สูงกว่าข้าว ๓ เท่า เมื่อเทียบกับไข่ไก่ นมวัว เนื้อสัตว์แล้ว ก็ไม่ด้อยกว่ากัน นอกจากนี้โปรตีนในถั่วลิสงเป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดชึมไปใช้ได้ง่าย คือร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ถึง ๙๐% นอกจากนี้ ถั่วลิสงยังประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ๘ ชนิด ในอัตราที่เหมาะสม ถั่วลิสงยังมีไขมัน วิตามิน บี ๒ โคลีน (choline) กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว เมธิโอนีน (Methionine) และวิตามิน เอ-บี-อี-เค แคลเชียม เหล็ก และธาตุอื่นๆ อีกกว่า ๒๐ ชนิดทุกส่วนของถั่วลิสง เช่นเม็ด เยื่อหุ้มเมล็ด เปลือก ใบ ลำต้น น้ำมัน ต่างมีสรรพคุณทางยาที่ต่างกัน

การ บริโภคน้ำมันถั่วลิสงเป็นประจำ จะทำให้โคเลสเตอรอลในตับสลายตัวเป็นกรดน้ำดี (bileacid) ไม่เพียงแต่ลดโคเลสเตอรอลลงเท่านั้น ยังเป็นการป้องกันหลอดเลือดตีบ และโรคหัวใจของคนในวัยกลางวันและวัยสูงอายุได้

ผลการทตลองทางการ แพทย์พบว่า เยื่อหุ้มเมล็ดของถั่วลิสง สามารถยับยั้งการสลายของ Fibrinกระตุ้นกระดูกให้ผลิดเกล็ดเลือด (Thrombocyte) เพิ่มสมรรถภาพในการหดตัวของเส้นเลือดฝอย ช่วยในการห้ามเลือด

ถั่ว ลิสงเป็นพืชที่ทุกคนกินดี เด็ก ๆ กินแล้วเสริมความจำ ช่วยในการเจริญเติบโต ส่วนคนแก่ช่วยบำรุงร่างกาย นอกจากนี้ยังนำถั่วลิสงมาปรุงเป็นตำรับยารักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น

๑. ความดันโลหิตสูง ใช้เมล็ดถั่วลิสงแช่ในน้ำส้มสายชู ๗ วัน ให้เคี้ยวกินก่อนนอนครั้งละ ๗-๘ เม็ดกินติดต่อกัน ๗ วัน

เปลือก ถั่วลิสงล้างให้สะอาดแล้วตำให้แหลก ใช้ครั้งละ ๕๐-๑๐o กรัม ชงน้ำร้อนดื่มต่างน้ำชา สามารถใช้กับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ coronaryได้

หมายเหตุ ผู้ป่วยต้องวัดความดันโลหิตเป็นประจำ ถ้าไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์

๒. เกล็ดเลือดต่ำ ถั่วลิสงพร้อมเยื่อหุ้มเมล็ด ๖๐ กรัม หรือคั่วกินวันละ ๓ ครั้งติดต่อกัน ๑ สัปดาห์ แต่ถั่วลิสงที่ชื้นและขึ้นรา จะเกิดสารอะฟลาทอกชิน (Aflatoxin) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งได้ ฉะนั้นควรเก็บในที่แห้งและมิดชิด ที่สำคัญที่สุดถั่วลิสงที่ขึ้นราไม่ควรบริโภค

ถ้าต้องการนำไปใช้ลดความอ้วน... ให้เดินหลังกินถั่วลิสง 10-20 นาทีทุกครั้ง จึงจะได้ผลดี

 

Cool





ถั่วลิสงจัดอยู่ในกลุ่มพืชผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ เพราะถั่วลิงเป็นพืชอาหารที่บริโภคง่าย เป็นส่วนประกอบอาหารหวานคาวต่าง ๆ และเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป บางส่วนนำไปสกัดน้ำมัน และกากใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

ปัญหาของพืช ข้อจำกัด และโอกาส

• คุณภาพของผลผลิตถั่วลิสงไทยค่อนข้างต่ำ มีการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน การซื้อขายยังเป็นระบบเกรดคละจึงขาดแรงจูงใจในการผลิตให้มีคุณภาพดี
• มีต้นทุนการผลิตสูง
• พื้นที่ปลูกและปริมาณการผลิตไม่แน่นอน
• มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านในราคาที่ต่ำกว่า
• ถั่วลิสงที่ผลิตในประเทศมีขนาดเมล็ดปานกลาง
• การกระจายพันธุ์ดียังไม่ทั่วถึง
• ควรได้รับการปรับปรุงในเรื่องการควบคุมการปนเปื้อนของสารอะฟลาทอกซิน และมีระบบมาตราฐานรับรองผลผลิต เพื่อให้ได้ถั่วลิสงที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
• กำหนดเขตการปลูกในพื้นทีที่เหมาะสม และมีศักยภาพ

พันธุ์
การเลือกพันธุ์
ผลผลิตมีคุณภาพ และตรงตามที่ตลาดต้องการ เจริญเติบโตดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ

พันธ์ที่นิยมปลูก
พันธุ์สำหรับใช้ในรูปฝักสด เป็นถั่วต้ม มี 3 พันธุ์

กาฬสินธุ์ 1
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์แนะนำ
วันที่รับรอง : 09 มีนาคม 2544
ลักษณะเด่น :
1. เปลือกฝักค่อนข้างเรียบทำให้ล้างฝักสดให้สะอาดได้ง่าย
2. อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์ สข. 38 และขอนแก่น 60-2 ประมาณ 5-10 วัน
3. มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดถั่วลิสงฝักต้มในประเทศไทย
4. มีรสชาติดี ฝักตรง มีจำนวนเมล็ด 2-3 เมล็ดต่อฝัก
ลักษณะทางการเกษตร : อายุเก็บเกี่ยวฝักสด 80 - 85 วัน ฝักแห้ง 90 - 100 วัน ขนาดฝัก 3.2 x 1.2 ซม. จำนวนเมล็ด 2.6 เมล็ดต่อฝัก ผลลิตฝักสด 456 กก./ไร่ ผลผลิตฝักแห้ง 191 กก./ไร่
พื้นที่แนะนำ :
เหมาะสำหรับการปลูกในแหล่งการผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปถั่วลิสงฝักต้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง เช่น ดินร่วน หรือร่วนเหนียว และมีการกระจายตัวของฝนดี เหมาะสำหรับการปลูกในเขตภาคกลาง
ข้อควรระวัง :
อ่อนแอต่อโรคโคนเน่า ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดด้วยสารเคมี Iprodione 50% WP หรือ Benlate-Tหรือ Carboxin 75% WP อัตรา 7-10 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม
กาฬสินธุ์ 2 ฝักใหญ่ยาว เส้นลายบนฝักลึก มี 2-4 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูมีลายขีดสีม่วง อายุเก็บเกี่ยว 90-100 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 580 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานต่อโรคราสนิม เหมาะสำหรับปลูกในภาคเหนือที่เป็นดินร่วน หรือดินร่วนเหนียวปนทราย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์สูง

กาฬสินธุ์ 2
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์แนะนำ
วันที่รับรอง : 09 มีนาคม 2544
ลักษณะดีเด่น :
1. ให้ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 579 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 60-2 และ สข.38 ร้อยละ10 และ 18 ตามลำดับ
2. มีความต้านทานต่อโรคราสนิมและใบจุดสีน้ำตาล
3. มีรูปร่างฝักสวย ฝักยาว มี 2-4 เมล็ดต่อฝัก รสชาติค่อนข้างหวาน
พื้นที่แนะนำ :
เหมาะสำหรับปลูกในแหล่งการผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปถั่วลิสงฝักต้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง เช่น ดินร่วน หรือร่วนเหนียว และมีการกระจายตัวของฝนดี เหมาะสำหรับการปลูกในเขตภาคเหนือ
ข้อจำกัด : ควรปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง เช่น ดินร่วนหรือร่วนเหนียว และมีการกระจายตัวของฝนดี
สข.38 เส้นลายบนฝัก และจะงอยฝักเห็นชัดเจน มี 2-4 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง อายุเก็บเกี่ยว 85-90 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 490 กิโลกรัมต่อไร่ ปลูกได้ทุกภาคของประเทศ ที่เป็นดินร่วน หรือดินร่วนเหนียวปนทราย

พันธุ์สำหรับใช้ในรูปฝักแห้ง ปลูกได้ทุกภาคของประเทศ
ไทนาน 9
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 09 ตุลาคม 2519
ลักษณะดีเด่น :
ให้ผลผลิตสูง เมล็ดมีคุณภาพดี เปลือกของฝักค่อนข้างบาง ทำให้มีเปอร์เซ็นต์การกระเทาะสูง 32-77%และมีลักษณะอื่น ๆ ที่ดีกว่าพันธุ์มาตรฐานเดิมคือ สจ. 38 และ ลำปาง สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ผลผลิตทั้งฝักแห้งเฉลี่ย 260 กก./ไร่ ฤดูแล้ง 293 กก./ไร่ ฤดูฝน 236 กก./ไร่
ลักษณะทางการเกษตร :
ทรงต้นเป็นพุ่มตรง (bunch) ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น ดอกสีเหลือง ออกดอกเมื่ออายุ 95-110 วัน ฝักค่อนข้างเล็ก เปลือกบางมี 2 เมล็ดต่อฝัก เส้นลายบนฝักไม่เด่นชัด ฝักเรียบ จงอยปากเห็นได้ชัดเจน
ความต้านทานโรค :
ไม่ต้านทานโรคราสนิมและโรคใบจุด

ขอนแก่น 4
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 15 ธันวาคม 2537
ลักษณะดีเด่น :
1. ให้ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 586 กก./ไร่ ผลผลิตฝักแห้งเฉลี่ย 270 กก./ไร่ และผลผลิตเมล็ดเฉลี่ย 171 กก./ไร่
2. น้ำหนัก 100 เมล็ดเท่ากับ 47 กรัม
3. ทนทานต่อโรคโคนเน่าปานกลาง
4. ปลูกได้ทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน
พื้นที่แนะนำ :
ปลูกได้โดยทั่วไปของสภาพดินที่มีความเหมาะสมในการผลิตถั่วลิสงในประเทศไทย มีเสถียรภาพในการให้ผลผลิตดี มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี

ขอนแก่น 5
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 18 มีนาคม 2541
ลักษณะดีเด่น :
1. มีขนาดเมล็ดโตกว่า หรือมีน้ำหนัก 100 เมล็ด สูงกว่าพันธุ์มาตรฐานไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 ร้อยละ 17 และ 7 ตามลำดับ
2. สามารถปรับตัวและให้ผลผลิตได้ดีกว่าพันธุ์มาตรฐานไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกในฤดูแล้งที่ให้น้ำชลประทาน ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 ร้อยละ 12 และ 7 ตามลำดับ
3. มีระดับการเป็นโรคไวรัสยอดไหม้ ร้อยละ 12.8 ต่ำกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น
60-1 ซึ่งเป็นโรค ร้อยละ 20.6 และ16.3 ตามลำดับ
4. น้ำหนัก 100 เมล็ดเท่ากับ 51.1 กรัม ผลผลิตฝักแห้ง 304 กก./ไร่
พื้นที่แนะนำ :
โดยทั่วไปของสภาพการผลิตถั่วลิสงในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้งที่ให้น้ำชลประทานและฤดูฝนที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม จะให้ผลผลิตสูงมาก
ข้อควรระวัง :
ถั่วลิสงสายพันธุ์ (Tainan9xFCM387)-12-3-11 จะให้ผลผลิตใกล้เคียงกับพันธุ์มาตรฐานไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 เมื่อปลูกในไดูฝนที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ การกระจายตัวของฝนไม่ปกติ ฝนทิ้งช่วงนานในระหว่างไดูปลูกและการจัดการไม่เหมาะสม
พันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตร พันธุ์อื่นๆ

ขอนแก่น 60-1
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 30 กันยายน 2530
ลักษณะดีเด่น :
ขนาดฝักและเมล็ดโต และสวยสม่ำเสมอ ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์แนะนำไทนาน 9
ลักษณะทางการเกษตร :
ใบสีเขียว ลำต้นสีเขียว ลักษณะทรงต้นเป็นทรงพุ่ม (Valencia type) อายุถึงวันออกดอก 27-30 วัน บนเปลือกฝักเห็นลายสวยชัดเจน จำนวนฝักต่อหลุม 20-25 เมล็ด เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู เมล็ดขนาดใหญ่ เปอร์เซ็นต์การกระเทาะ (นน.เมล็ด/นน.ฝัก) 69.20% น้ำหนัก 100 เมล็ด 45.92 กรัม อายุถึงวันเก็บเกี่ยว 95-110 วัน
ผลผลิตต่อไร่ :
ในสถานีทดลอง (3 แปลง) เฉลี่ย 335 กก. ในไร่กสิกร(35 แปลง) เฉลี่ย 274 กก. องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด : เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 49.86% และโปรตีน 26.97% ความต้านทานต่อโรคและแมลง : มีปฏิกิริยาต่อโรคราสนิมค่อนข้างอ่อนแอ มีปฏิกิริยาต่อโรคใบจุด ค่อนข้างอ่อนแอ

ขอนแก่น 60-2
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 30 กันยายน 2530
ลักษณะดีเด่น :
ขนาดฝักและเมล็ดโต จำนวนเมล็ดเฉลี่ยต่อฝัก 3 เมล็ด ลายบนเปลือกฝักสวย ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าถั่วลิสงพันธุ์ สข.38 ประมาณ 12% และผลผลิตฝักแห้งสูงกว่าพันธุ์ สข.38 ประมาณ 8% ทนทานต่อโรคโคนเน่า (Aspergillus nigerและ Scierotium rolfsii) ดีกว่าพันธุ์ สข.38
ลักษณะทางการเกษตร :
ใบสีเขียว ลำต้นสีเขียว ลักษณะทรงต้นเป็นทรงพุ่ม (Valencia type) อายุถึงวันออกดอก 27-30วัน ฝักค่อนข้างยาวและใหญ่ ลายบนฝักเห็นได้ชัดเจน จำนวนฝักต่อต้น 19 ฝักๆ ละ 3 เมล็ด เมล็ดเยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู เมล็ดขนาดใหญ่ เปอร์เซ็นต์การกระเทาะ (น้ำหนักเมล็ด/น้ำหนักฝัก) 61.5% น้ำหนัก 100 เมล็ด 40.7 กรัม อายุถึงวันเก็บเกี่ยว 95-105 วัน
ผลผลิตต่อไร่ : ผลผลิตฝักสด 572 กก. ผลผลิตฝักแห้ง 254 กก.
องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด :
มีน้ำมัน 47.12% และโปรตีน 29.14%

ขอนแก่น 60-3
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง
วันที่รับรอง : 14 กันยายน 2531
ลักษณะดีเด่น :
มีขนาดฝัก เมล็ดใหญ่สวยกว่าพันธุ์ไทนาน 9 ที่แนะนำอยู่เดิม ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ไทนาน 9 ประมาณ 21% คือ ให้ผลผลิตฝักแห้งโดยเฉลี่ย 378 กก./ไร่ มีเปอร์เซ็นต์กะเทาะเมล็ดขนาดโตสูงถึง 60% ต้านทานต่อการทำลายของแมลงศัตรู และโรคทางใบได้ดี อายุไม่ยาวเกินไป คุณภาพการรับประทานดี ตลาดมีความต้องการสูง ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี
ผลผลิตและคุณภาพ :
ผลผลิตทั้งฝักแห้งเฉลี่ย 378 กิโลกรัมต่อไร่
องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด : มีน้ำมัน 49.3 เปอร์เซ็นต์ และโปรตีน 24.8 เปอร์เซ็นต์
ข้อแนะนำ :
สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพการปลูกที่อาศัยน้ำฝน หรืออาศัยความชื้นตกค้างในดิน ดินที่จะใช้ปลูกควรมีความอุดมสมบูรณ์สูงถึงปานกลาง ปริมาณแคลเซี่ยมในดินไม่ต่ำกว่า 200 ppm ค่าpH ของดินควรอยู่ระหว่าง 5-7.2 หรือชนิดของดินควรเป็นดินร่วน ร่วนทรายหรือดินทราย การใช้ปุ๋ยเคมีใช้ในอัตราแนะนำของการปลูกถั่วลิสงทั่ว ๆ ไปคือ สูตร 2-24-12ระยะปลูกที่จะทำให้ได้คุณภาพเมล็ดดีคือ ระยะระหว่างแถว 50-60 ซม. ระยะระหว่างหลุม 10 ซม. จำนวน 1 ต้น/หลุม ถั่วลิสงสายพันธุ์นี้มีระยะพักตัว 70 วัน อาจเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกร ถ้านำเมล็ดพันธุ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่พ้นการพักตัวไปปลูก การแก้ไขทำได้หลายวิธี วิธีที่ได้ผลคือ ใช้สารเคมี ethephon 3 % จำนวนประมาณ 10 มล. ละลายน้ำ 1 ลิตร พรมเมล็ดทิ้งไว้ 1 วันก่อนปลูก แต่เกษตรกรอาจใช้วิธีง่าย ๆ โดยแช่น้ำร้อน หรือตากแดด การเก็บเกี่ยวควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 110 วัน จะให้ผลผลิตเมล็ดสมบูรณ์สูงสุด

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
• ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 800 เมตร
• ความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์
• ดินร่วน ดินรวนปนทราย หรือ ดินร่วนเหนียวปนทราย
• ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีอินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่า 1.0 เปอร์เซ็นต์
• การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี
• ระดับหน้าดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร
• ค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5-6.5
• อุณหภูมิมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของถั่วลิสงมาก
• อุณหภูมิที่เหมาะสมเฉลี่ย 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิกลางวัน/กลางคืน ประมาณ 35/25 องศาเซลเซียส
ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000-1,500 มิลลิเมตรต่อปี

การปลูก
ฤดูปลูก
การปลูกในฤดูฝน แบ่งเป็น 3 ช่วงคือ
• ต้นฤดูฝน (เมษายน-พฤษภาคม)
• กลางฤดูฝน(มิถุนายน)
• ปลายฤดูฝน (กรกฎาคม-สิงหาคม)
การปลูกในฤดูแล้ง มี 2 วิธี
• ปลูกในนาโดยอาศัยน้ำชลประทาน (ธันวาคม-มกราคม)
• ปลูกหลังนาโดยอาศัยความชื้นในดิน (ตุลาคม-พฤศจิกายน)

การเตรียมดิน
การปลูกในฤดูฝน
• พื้นที่มีวัชพืชน้อย ไม่ต้องเตรียมดิน ให้ไถเปิดร่อง แล้วหยอดเมล็ด
• พื้นที่มีวัชพืชหนาแน่น ให้เตรียมดินโดยไถ 1 ครั้ง ลึก 10-20 เซนติเมตร ตากดิน 7-10 วัน พรวน 1 ครั้ง แล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัว และไหล ของวัชพืชข้ามปีออกจากแปลง
การปลูกในฤดูแล้ง มี 2 วิธี
• ปลูกในนาโดยอาศัยน้ำชลประทาน ให้เตรียมดินปลูก เช่นเดียวกับการปลูกในฤดูฝน โดยยกร่องปลูกสูง 20-25 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำได้สะดวก
• ปลูกหลังนาโดยอาศัยความชื้นในดิน ต้องเตรียมดินให้ละเอียดโดยไถดิน 2 ครั้ง และพรวน 1-2 ครั้ง
การวิเคราะห์ดิน
ถ้าดินมีค่าอินทรีย์วัตถุต่ำกว่า 1.0 เปอร์เซ็นต์ หลังจากไถพรวนดินให้หว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับดินร่วนเหนียวปนทราย และอัตรา 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย แล้วพรวนกลบ

วิธีการปลูก
ปลูกด้วยเมล็ดที่มีความงอกมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ อัตราปลูก 13-14 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับพันธุ์ถั่วลิสงฝักสด และอัตรา 17-18 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับพันธุ์ถั่วลิสงฝักแห้ง ระยะปลูก 50x20 เซนติเมตร ปลูกในหลุมลึก 5-8 เซนติเมตร จำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุม ซึ่งจะได้จำนวน 32,000-48,000 ตันต่อไร่ ถ้าปลูกในฤดูแล้งโดยอาศัยความชื้นในดิน ควรปลูกให้ลึก 10 เซนติเมตร คราดหน้าดิน หลังปลูกให้สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกดีขึ้น

การให้ปุ๋ย
• ดินที่มีความอุดมสมบรูณ์ต่ำ ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 0-46-0 อัตรา 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือหินฟอสเฟตสูตร 0-3-0 อัตรา 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-6 อัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ หากไม่มีปุ๋ยดังกล่าวอาจใช้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูตร 16-16-8 อัตรา 35 กิโลกรัมต่อไร่ รองก้นหลุมก่อนปลูก หรือโรยข้างแถว แล้วพรวนดินกลบหลังถั่วลิสงงอก 10-15 วัน
• ดินที่มีปริมาณแคลเซียมต่ำ ควรหวานปูนขาวอัตรา 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วพรวนดินก่อนปลูก หรือโรยยิปซัมบนต้นถั่วลิสง ในช่วงออกดอก อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อลดเปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ และเพิ่มเปอร์เซ็นต์การกะเทาะ

การให้น้ำ
• การปลูกในฤดูแล้ง ควรให้น้ำตามร่องทันที่หลังปลูกจนเต็มสันร่อง เพื่อให้ถั่วลิสงงอกสม่ำเสมอการปลูกในฤดูฝน
ควรให้น้ำทุก 7 วันในเดือนแรก หลังจากนั้นให้น้ำทุก 10 วัน สูงถึงระดับเศษ 3 ส่วน 4 ของความลึกร่องน้ำ โดยไม่ต้องระบายน้ำออก
• ต้องไม่ให้ถั่วลิสงขาดน้ำ ช่วงอายุ 30-60 วันหลังงอก ซึ่งเป็นระยะที่อยู่ในช่วงแทงเข็มสร้างฝักและเมล็ด

การพรวนดิน
• พรวนดินข้างแถวถั่วลิสงหลังออกดอกและก่อนแทงเข็ม ช่วงอายุ 30-40 วันหลังงอกเพื่อปรับหน้าดินให้เหมาะสมต่อการแทงเข็มและสร้างฝึก
• ไม่ควรพูนดินกลบกิ่งแรก เพราะจะทำให้การออกดอกและการติดฝักลดลง

โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
โรคโคนเน่า หรือโคนเน่าขาด
ต้นเหี่ยวเหลือง ยุบตัว โคนต้นเป็นแปลสีน้ำตาล พบกลุ่มสปอร์สีดำปกคลุมบริเวณแผล เมื่อถอนขึ้นมาส่วนลำต้นจะขาดจากส่วนราก พบโรคทุกแหล่งและทุกฤดูปลูก
การป้องกันกำจัด :
คลุกเมล็ดก่อนปลูกด้วย ไอโปรไดโอน 50% ดับบลิวพี3-5 กรัม/เมล็ด 1 กก./น้ำ 20 ลิตร และคาร์เบนดาซิม 50% ดับบลิวพี 5 กรัม/เมล็ด 1 กก./น้ำ 20 ลิตร

โรคลำต้นเน่า หรือ โคนเน่าขาว
ยอด กิ่ง และลำต้น เหยี่ยวยุบเป็นหย่อมๆ พบแผลเน่าที่ส่วนสัมผัสกับผิวดิน บริเวณที่ถูกทำลายจะมีเส้นใยสีขาว รวมทั้งเม็ดสเคลอโรเทีย ของเชื้อราที่มีลักษณะคล้ายเมล็ดผักกาดโดยเฉพาะในพื้นที่มีการปลูกพืชแน่นเกินไป และปลูกซ้ำที่เดิมพบพืชเป็นโรคในช่วงหลังจากติดฝักถึงเก็บเกี่ยว
การป้องกันกำจัด :
พ่นสารเมตาแลกซิล+แมนโคเซบ (8% + 64% ดับบลิวพี) 15-20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร และโพรพิโคนาโซล (25% อีซี) 12-25 มิลลิลิตร /น้ำ 20 ลิตร ไอโปรไดโอน(50% ดับบลิวพี) 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

โรคยอดไหม้
ยอดอ่อนและใบยอดเป็นแผลเซลล์ตายมีสีเหลือง ก้านใบและกิ่งโค้งงอ ถ้าเป็นโรคในระยะกล้าถั่วลิสงจะตายหรือแคระแกร็นไม่ติดฝัก ถ้าเป็นโรคระยะต้นโต ทำให้การติดฝักลดลง
การป้องกันกำจัด :
พ่นสาร อะซีเฟต 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ไตรอะโซฟอส 50 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร เมทิโอคาร์บ 30 กรัม /น้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟพาหะนำโรค

โรคใบจุด
แผลเป็นจุดสีดำหรือสีน้ำตาล ขนาด 1-8 มิลลิเมตร ขอบแผลอาจมีวงสีเหลืองล้อมรอบระยะแรกที่พบที่ใบล่าง ต่อมาลุกลามสู่ใบบน อาการรุนแรงทำให้ใบเหลือง ขอบใบบิดเบี้ยว ไหม้แห้งดำ และร่วมก่อนกำหนด
การป้องกันกำจัด :
พ่นสารเบโนมิล 15-20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร และแมนโคเซบ 20-30 กรัม /น้ำ 20 ลิตร

โรคราสนิม
แผลเป็นตุ่มสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด กระจายทั่วบนใบ ต่อมาแผลจะแตก พบสปอร์ของเชื้อราสีน้ำตาลคล้ายสนิมเหล็กจำนวนมาก คลุมบริเวณปากแผล
การป้องกันกำจัด :
พ่นสารคลอโรธาโรนิล 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร แมนโคเซบ 30-40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร มาเนบ 20กรัม/น้ำ 20 ลิตร

แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
หนอนชอนใบถั่วลิสง
ชอนเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อของใบเหลือไว้แต่ยิวใบด้านบนและด้านล่าง ต่อมาใบแห้งเป็นสีขาว เมื่อหนอนโตมากขึ้นจะออกมาพับใบถั่ว หรือชักใยเอาใบถั่วมารวมกัน อาศัยกัดกินและเข้าดักแด้ในใบนั้น ถ้าระบาดรุนแรงจะทำให้ต้นถั่วแคระแกร็นใบร่วมหล่น
การป้องกันกำจัด :
พ่นสารไตรอะโซฟอส 40 มล./น้ำ 20 ลิตร และอะซีเฟต 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

เพลี้ยอ่อนถั่ว
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงตามยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก และเข็ม ทำให้ต้นแคระแกร็น ใบอ่อน และยอดอ่อนหงิกงอ ดอกร่วง
การป้องกันกำจัด :
พ่นสาร คลอร์ไพริฟอส 100 มล./น้ำ 20 ลิตร

เพลี้ยไฟ
ดูดกินน้ำเลี้ยงตามยอดอ่อน ใบ และดอก ทำให้ใบหงิกงอ บิดเบี้ยวมีรอยขีดข่วน เพลี้ยไฟบางชนิดทำลายใบ ทำให้มีลักษณะเหมือนไขติดอยู่เส้นกลางใบและหลังใบ สีน้ำตาลคล้ายสนิมถ้าระบาดรุนแรงจะทำให้ยอดไหม้และตาย
การป้องกันกำจัด :
พ่นสารอะซีเฟต 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ไตรอะโซฟอส 50 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร เมทิโอคาร์บ 30 กรัม /น้ำ 20 ลิตร
เพลี้ยจักจั่นตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจุดูดน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบ ทำให้ใบเหลือง ปลายใบเป็นรูปตัววี ถ้าระบาดรุนแรงมาก ใบจะไหม้เป็นสีน้ำตาบและร่วง การป้องกันกำจัด พ่นสารอะซีเฟต 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

เสี้ยนดิน
เจาะเปลือกถั่วเป็นรูแล้วกัดกินเมล็ดในฝัก หลังจากนั้นจะนำดินเข้าไปไว้ในฝักแทนเมล็ดที่ถูกทำลาย
การป้องกันกำจัด :
ใช้สารควินาลฟอส 4 กก./ไร่ โรยพร้อมปุ๋ยข้างแถวถั่ว และ คลอร์ไพริฟอส 750 มล./น้ำ 80 ลิตร/ไร่ ฉีดพ่น

สัตว์ศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
หนู
ขุดกินถั่วลิสงตั้งแต่ระยะฝักอ่อน โดยกินทั้งฝัก เมื่อถังระยะเก็บเกี่ยวหนูจะกัดกินเฉพาะเมล็ดภายในและทิ้งซากเปลือกไว้ การป้องกันกำจัด ใช้กรงดักหรือกับดัก ร่วมกับการใช้เหยื่อพิษ

การป้องกันกำจัดวัชพืช

• ไถ 1 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน พรวน 1 ครั้ง แล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัว และไหล ของวัชพืช ข้ามปีออกจากแปล
กำจัดวัชพืชด้วยแรงงาน 1-2 ครั้ง เมื่อ 15 วัน หรือ 30-40 วัน หลังถั่วลิสงงอกโดยใช้จอบดายระหว่างแถว และใช้มือถอนระหว่างต้น ต้องระวังไม่ให้รากและต้นของถั่วลิสงกระทบกระเทือน
• ในกรณีที่กำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือเครื่องจักรกล ไม่มีประสิทธิ์ภาพเดียงพอควรพ่นสารกำจัดวัชพืชก่อนหรือหลังปลูกถั่วลิสง
• หลีกเลี่ยงการพ่นสารกำจัดวัชพืชโดยตรงไปที่ต้นถั่วลิสง

การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ
ศัตรูธรรมชาติของแมลงและสัตว์ศัตรูถั่วลิสงที่สำคัญ พบทั่วไปได้แก่
แมลงห้ำ มี 2 ชนิด
ด้วงเต่า
ตัวเต็มวัยยาว 0.3-0.7 เซนติเมตร ลำตัวกลม ด้านบนโค้งนูน ปีกสีส้ม หรือสีแดง เป็นเงา มีจุหรือแถบสีดำ วางไข่เป็นกลุ่ม หรือวางเป็นฟองเดี่ยว ๆ บนพื้นผิวพืช ไข่มีลักษณะเรียวยาว หัวหน้าแหลม สีเหลืองอ่อน หนอนสีดำรูปร่างเรียวยาคล้าย กระสวย บางครั้งมีจุดหรือแถบสีส้ม สีเหลืองอ่อนหรือสีขาวบนลำตัว หนอนและตัวเต็มวัยกัดกินเพลี้ยอ่อนถั่ว เพลี้ยไฟ และเพลี้ยจักจั่น
หนอนแมลงวันดอกไม้
หนอนยาว 4-5 มิลลิเมตร หัวแหลม ท้ายป้าน สีเขียวอ่อน หรือน้ำตาลอ่อน มีปากแหลมใช้แทงดูดกินของเหลวในลำตัวเพลี้ยอ่อนถั่ว
นักฮูก นกแสก เหยี่ยว พังพอน และงู
เป็นศัตรูธรรมชาติจับกินหนูสัตว์ศัตรูของถั่วลิสง
การเก็บเกี่ยว
ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
• ถั่วลิสงฝักสด เก็บเกี่ยวตามอายุของพันธุ์ที่ปลูก
• ถั่วลิสงฝักแห้ง เก็บเกี่ยวตามอายุของพันธุ์ที่ปลูก หรือเมื่อสีเปลือกฝักด้านในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยสุ่มถอนต้นถั่วลิสง 1 ต้นต่อจุด สำรวจ 10 จุดต่อไร่
• การปลูกในฤดูแล้ง จะมีอายุเก็บเกี่ยวนานกว่าการปลูกในฤดูฝน 5-10 วัน

วิิธีการเก็บเกี่ยว
• ถอนหรือใช้จอบขุด ในขณะดินมีความชื้น ระวังอย่าให้ฝักถั่วเกิดรอยแผล
• ปลิดฝักด้วยมือ หรือเครื่องปลิด ร่อนดินออก แล้วคัดฝักเสีย ฝักเน่า และฝักที่เป็นแผลออกทิ้ง
• ตากถั่วลิสงฝักแห้งบนตะแกรงตาข่ายแคร่ หรือผ้าใบ อย่าให้ฝักสัมผัสพื้นดิน กองถั่วหนาไม่เกิน 5 เซนติเมตร พลิกกลับกองถั่ววันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ฝักแห้งสม่ำเสมอทั่งทั้งกอง
• ในช่วงที่แดดจัดใช้เวลาตากประมาณ 3-5 วัน ทำให้ความชื้นลดลงต่ำกว่า 9 เปอร์เซ็นต์
• มีการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเกิดจากเชื้อราในเมล็ดถั่วลิสง

วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว

• ถั่วลิสงเมล็ดขนาดปานกลาง เก็บรักษาได้นานกว่าเมล็ดขนาดใหญ่ และเมล็ดขนาดเล็ก
• ในห้องที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ ควรเก็บในรูปฝักแห้งซึ่งจะเก็บได้นานกว่าเมล็ดแห้งประมาณ 2 เดือน เนื่องจากเปลือกฝักช่วยปกป้องเมล็ดได้อีกชั้นหนึ่ง
• ควรกะเทาะถั่วลิสงฝักแห้งภายใน 3 เดือน เพื่อรักษาคุณภาพด้านการบริโภค

การเก็บรักษาผลผลิตและการบรรจุ
ถั่วลิสงฝักสด
• ควรบรรจุถั่วลิสงฝักสดในกระสอบป่านที่สะอาด แล้วนำส่งตลาดให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาคุณภาพด้านรสชาติ
• ควรส่งให้ถึงตลาดภายใน 24 ชั่วโมง ล้างให้สะอาด แล้วต้นทันที
• ไม่ควรกองไว้นานเกิน 1 วัน เพราะอาจจะเกิดเชื้อราที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ถั่วลิสงฝักแห้ง
• บรรจุฝักในกระสอบป่านที่สะอาดและเก็บรักษาในโรงเก็บหรือส่งจำหน่ายให้พ่อค้า
• โรงเก็บต้องเป็นอาหาโปร่ง อากาศถ่ายเทดี ป้องกันความเปียกชื้นจากฝนได้ ไม่มีมอด หนูหรือสัตว์เลี้ยงเข้ารบกวน
• ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ให้หาวัตถุรองกระสอบป่าน เช่น ไม้ไผ่ เสาคอนกรีต เพื่อไม่ให้ถั่วลิสงดูดความชื้นจากพื้นซีเมนต์ เพราะจะทำให้ถั่วเกิดเชื้อราได้

การขนส่ง
• รถบรรทุกฝักและเมล็ดถั่วลิสง ไม่ควรเป็นรถที่ใช้บรรทุกดิน สัตว์ มูลสัตว์ สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือปุ๋ยเคมี เพราะอาจมีการปนเปื้อน ยกเว้นจะมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก่อนนำมาบรรทุกฝักและเมล็ดถั่วลิสง
• ถ้าขนส่งฝักและเมล็ดถั่วลิสงในฤดูฝน ต้องมีผ้าใบคลุม เพื่อป้องกันไม่ให้ฝักและเมล็ดถั่วลิสงดูดความชื้นจากภายนอก ซึ่งจะทำให้เกิดชื้อราได้ง่าย

สรุปคำแนะนำการปฏิบัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเกิดจากเชื้อราในเมล็ดถั่วลิสง

• ไม่ปลูกถั่วลิสงต่อเนื่องในพื้นที่เดียวกันทุกปี ควรปลูกสลับด้วยข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว
• เนื่องจากถั่วลิสงเป็นพืชที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อลดโอกาสการเข้าทำลายของเชื้อราที่เหลืออยู่ในแปลง จึงไม่ควรปลุกถั่วลิสงตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
• กำจัดแหล่งสะสมของเชื้อรา เช่น ซากต้นถั่วลิสง ซากต้นและฝักข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
• อย่าให้ถั่วลิสงขนาดน้ำในช่วงที่ออกดอก แทงเข็ม และพัฒนาเป็นฝัก ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากต้นถั่วลิสงขาดน้ำ จะทำให้ถั่วลิสงอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อ และผลผลิตลดลง
• ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุอย่างเคร่งครัด
• หลังจากกะเทาะเปลือก ต้องรีบคัดและแยกเมล็ดที่ถูกแมลงศัตรูเข้าทำลาย มีเชื้อรา เมล็ดเสีย เมล็ดเน่า ออกทิ้งทันที ห้ามนำเมล็ดที่คัดทิ้ง ดังกล่าวไปใช้บริโภคและ/หรือเลี้ยงสัตว์อย่างเด็ดขาด

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้กำหนดมาตรฐานให้ถั่วลิสงที่จำหน่ายได้ต้องมีเมล็ดเสียไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ และมีสารอะฟลาทอกซินไม่เกิน 15 ส่วนในพันล้านส่วน (พีพีบี) หากตรวจพบเมล็ดเสียเกิน 1 เปอร์เซ็นต์ ต้องตรวจหาเชื้อและปริมาณสารอะฟลาทอกซิน

คุณค่าทางโภชนาการ
ถั่วลิสงเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งของอาหารประเภทโปรตีนและพลังงาน เพราะมีโปรตีนประมาณร้อยละ 25-30 ไขมันร้อยละ 45-50 และคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 20 โปรตีนในถั่วลิสงมีปริมาณเทียบเท่ากับถั่วเขียว ถั่วแดง และถั่วดำ แต่ต่ำกว่าถั่งเหลือง และมีกรดอะมิโน lysine, theonine และ methionine ที่จำเป็นต่อร่างกายต่ำกว่าที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทำให้สุกปริมาณยิ่งน้อยลงอีกประมาณ 15, 11 และ 10 ตามลำดับ การใช้ความร้อนสูงตั้งแต่ 145 องศาเซลเซียสขึ้นไปมีแนวโน้มทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง แต่การทำให้สุกก่อนมีความจำเป็นเพราะความร้อนจะช่วยทำลาย trypsin inhibitor การใช้ความร้อนชื้น เช่น ต้มหรือนึ่งที่อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส หรือใช้ความร้อนแห้ง เช่น คั่วหรืออบที่อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส จะทำลาย trypsin inhibitor ได้เช่นกัน

ข้อจำกัดของถั่วลิสง
ในถั่วลิสงมีข้อจำกัดที่สำคัญคือการเกิดสารพิษในถั่งลิสงที่ เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า สารอะฟลาท็อกซิน เชื้อราที่เป็นสาเหตุ เชื้อ Aspergillus flavus และA.parasiticus สารพิษนี้สามารถปนเปื้อนตั้งแต่ช่วงระยะที่ปลูกในแปลง การเก็บเกี่ยว การตากแห้ง รวมทั้งระหว่างการการเก็บรักษาก่อนถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะการปลูกถั่งลิสงในฤดูฝน การปนเปื้อนของสารชนิดนี้เริ่มในช่วงถั่วลิสงสร้างฝัก เชื้อราชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอุณหภูมิ 10-15 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์(RH)75 % ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภค ทั้งมนุษย์และสัตว์เลี้ยงโดยตรงอย่างเฉียบพลัน หากได้รับในปริมาณสูงและอาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดโรคมะเร็งที่ตับ หัวใจ และสมอง สำหรับประเทศไทย กำหนดให้มีสารชนิดนี้ไม่เกิน 20 ส่วนในพันล้านส่วน(ppb) ส่วนต่างประเทศกำหนดให้มีสารชนิดนี้ไม่เกิน 5-30 ppb ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดมาตรฐานในแต่ละประเทศ

สลัดเต้าหู้กับถั่วลิสง

เครื่องปรุง
ถั่วลิสงทอดหมักซีอิ๋วขาว 1 กระป๋องเล็ก
ขิงยาวประมาณ 2 ซม. 1 ชิ้น
ซีอิ๋วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าได้ซีอิ๋วญี่ปุ่นจะยิ่งดี
เต้าหู้เนื้อนุ่มละมุนลิ้น 1 ก้อน
ใบขึ้นฉ่ายหรือผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

ข้อแนะนำ :: เพิ่มซอสพริกกระเทียมในน้ำถั่วลิสงหลังขั้นตอนที่ 3 หากต้องการได้รสจัด

วิธีทำ
1. กรองเอาแต่ถั่วลิสงออกจากน้ำในกระป๋อง พักน้ำไว้
2. ขูดขิงใส่ลงไปในน้ำถั่วลิสง
3. เหยาะซีอิ๋วขาว เติมน้ำตาลและน้ำเปล่าในน้ำถั่วลิสง คนให้เข้ากันแล้วนำเข้าไมโครเวฟ หมุนไประดับไฟแรงประมาณ 1-2 นาที (หรือตุ๋นในหม้อเล็ก ใช้ไฟกลาง) จนน้ำข้นเหมือนน้ำเชื่อม ทิ้งไว้ให้เย็น
4. หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นลูกเต๋าและจัดใส่จาน จากนั้นโรยถั่วลิสงลงบนเต้าหู้ ราดน้ำถั่วลิสงที่ปรุงไว้และโรยใบขึ้นฉ่ายสับ เสิร์ฟทันที



ถ้าคุณคิดว่าถั่วลิสงไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับอาหารสุขภาพแล้วคิดอีกครั้ง ผลบวกจากการกินส่วนควบคุมของถั่วลิสงประจำวันสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพของคุณ การบริโภคปกติของถั่วลิสงจริงสามารถช่วยปัดโรคบางชนิดและโรคมะเร็งและช่วยเพิ่มระดับพลังงานของคุณ

Health Benefits of Peanuts

ถั่วลิสงเป็นส่วนใหญ่ของเราไม่ทราบมาจากครอบครัวตระกูลถั่วและไม่ได้มาจากครอบครัวถั่ว ถั่วมาจากลำต้น แต่จะผลักดันเข้าสู่พื้นดินโดยพืชในระยะแรกและเป็นใต้ดินที่พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ ถั่วลิสงจริงมาจากพื้นที่กึ่งแห้งแล้งของบราซิล ชาวพื้นเมืองที่ใช้ในการกินถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารปกติของพวกเขา ถั่วลิสงมีอยู่ต่อเรือทาสแอฟริกาที่เดินทางไปยังทวีปอเมริกาเหนือและที่ว่าพวกเขาพบวิธีเพื่อโลกสมัยใหม่

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของถั่วลิสง?

เค็ม, shelled, ดิบคั่วอัมพิล, เผ็ด, unshelled; ถั่วลิสงมีอยู่ในหลากหลายรูปแบบ สั่งว่าพวกเขามีเกือบทุกอย่างรถไฟท้องถิ่นด้านถนนบนชายหาดในแถบอื่น ๆ เป็น'เวลาผ่าน'อาหารว่าง ถั่วลิสงไม่ทำเท่านั้นรสชาติดี แต่ให้ประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ บางคนสามารถข้างล่างนี้ :

  • แหล่งที่ดีของไขมัน monosaturated

    ถั่วลิสงเป็นแหล่งที่ดีของไขมัน monounsaturated ชนิดของไขมันที่เน้นในอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจที่ Mono - อิ่มตัวไขมันเป็น'ไขมันดี'ที่พวกเขาลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและลดพิษ LDL (ไขมันเลว) รับผิดชอบในการขนส่งคอเลสเตอรอลไปยังหลอดเลือดแดง

  • แหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระ

    แสดงการวิจัยล่าสุดที่ถั่วลิสงมีความเข้มข้นสูงของสารที่เรียกว่ากรด p - coumaric และที่สามารถเพิ่มถั่วลิสงคั่ว'p - coumaric ระดับกรดส่งเสริมเนื้อหาของสารต้านอนุมูลอิสระโดยรวมเท่า 22%

  • หัวใจถั่วสุขภาพ

    ถั่วลิสง array คุณสมบัติของสารอาหารอื่น ๆ ในการศึกษาจำนวนมากได้รับการแสดงเพื่อการส่งเสริมสุขภาพหัวใจ ถั่วลิสงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินอี, ไนอาซินโฟเลตโปรตีนและแมงกานีส นอกจากนี้ถั่วลิสงให้ resveratrol, สารฟีนอลยังพบในองุ่นแดงและไวน์แดง Resveratrol เป็นความคิดที่จะรับผิดชอบในการลดความเสี่ยงของจังหวะหัวใจ

  • ช่วยสุขภาพทางเดินอาหาร

    ถั่วลิสงมีเส้นใยเพียงพอและน้ำเพื่อช่วยให้พอดีคน เส้นใยพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้อาหารดีเพื่อให้สามารถดำเนินงานในมีประสิทธิภาพทำลายลงอาหารที่เรากิน ถั่วลิสงอาหารเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์จะสามารถป้องกันการเกิดของร่างกายและสามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  

  • แหล่งที่ดีของแคลเซียม

    ถั่วลิสงมีจำนวนน้อยแคลเซียมและวิตามินดีร่วมกันทั้งสองสุขภาพกระดูกที่ดีรวมทั้งสุขภาพฟัน การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนที่รักษาระดับสุขภาพของแคลเซียมและวิตามินดีก่อนอายุ 30 มีโอกาสน้อยที่จะพัฒนา osteopenia หรือโรคกระดูกพรุนต่อไปในชีวิต

  • ถั่วลิสงและโรคเบาหวาน

    หากคุณมีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือมีอินซูลินต้านทานถั่วลิสงช่วย ด้วยคะแนนดัชนีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำถั่วลิสงช่วยควบคุมอัตราที่น้ำตาลและอินซูลินที่เพิ่มขึ้นในระดับของคุณหลังจากที่คุณกิน ตามการศึกษาล่าสุดบริโภค 25 กรัมให้บริการของถั่วลิสงหรือมากกว่าห้าครั้งต่อสัปดาห์มีความเกี่ยวข้องกับการลด 27% มหันต์ในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนิดที่ 2 โรคเบาหวาน

  • ป้องกันการเสื่อมและอายุความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิเสธ

    งานวิจัยตีพิมพ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าการบริโภคอาหารปกติไนอาซินที่อุดมด้วยเช่นถั่วลิสงให้ป้องกันสมองเสื่อมและลดลงทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับอายุ

วิธีถั่วลิสงมากคุณควรกิน?

ถั่วลิสงมีสูงมากในแคลอรี่และควรรับประทานในสถานที่ของอาหารไขมันสูงอื่น ๆ ไม่ได้นอกจากพวกเขา การรับประทานอาหารมากกว่าช้อนโต๊ะของถั่วห้าครั้งต่อสัปดาห์อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพิ่มไปที่หนึ่งควรกินถั่วลิสงสดที่เพิ่งถูก de - shelled ตามที่ richest ในวิตามินอีระดับโฟเลตและ resveratrol ถั่วลิสงมีกินดีที่สุดสดเป็นถั่วเก่าหรือแก่สามารถมีอะฟลาท็อกซินที่มีการเชื่อมโยงกับมะเร็งตับ

ที่ควรหลีกเลี่ยงถั่วลิสง?

  • บุคคลที่มีปัญหาไตหรือถุงน้ำดีควรหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วลิสงเนื่องจากถั่วลิสงมีปริมาณวัดของ oxalates เป็นสารจากธรรมชาติพบในพืชสัตว์และมนุษย์เทพ เมื่อ oxalates ข้นเกินไปในของเหลวในร่างกายจะสามารถเป็นรูปเป็นร่างและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ
  • บุคคลที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์อาจต้องหลีกเลี่ยงถั่วลิสงเพราะถั่วลิสงมี goitrogens เป็นสารธรรมชาติที่เกิดขึ้นในอาหารบางชนิดที่สามารถรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ แม้ว่าอาหารอาจช่วยยับยั้งสาร goitrogenic ที่พบในอาหาร แต่ไม่ชัดเจนจากการศึกษาร้อยละเท่าใดของสาร goitrogenic รับ inactivated by ปรุงอาหาร

ที่คุณสามารถดูถั่วลิสงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ อย่าลืมกินถั่วลิสงในการดูแลเป็นโปรตีนที่สูงสามารถร่วมให้น้ำหนักได้ รวมจืดถั่วลิสงกับชามผลไม้หรือถั่วผสมอื่น ๆ และสนุกกับรสชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ให้ถั่วน้อย

สำคัญ : นี่เป็นเครื่องที่หน้าแปลให้'ตามสภาพ'โดยไม่มีการรับประกัน เครื่องแปลภาษาอาจจะยากที่จะเข้าใจ โปรดอ้างอิงถึงต้นฉบับ บทความภาษาอังกฤษ เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้

Cool




รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 36.56 KBs
Upload : 2011-02-04 21:26:50

Size : 18.12 KBs
Upload : 2011-02-04 21:27:03

Size : 19.09 KBs
Upload : 2011-02-04 22:25:58

Size : 21.64 KBs
Upload : 2011-02-04 22:26:13

Size : 33.94 KBs
Upload : 2011-02-04 22:26:28

Size : 62.70 KBs
Upload : 2011-02-04 22:26:39

Size : 61.68 KBs
Upload : 2011-02-04 22:33:14

Size : 273.26 KBs
Upload : 2011-02-04 23:01:34

Size : 36.56 KBs
Upload : 2011-02-04 23:01:46

Size : 64.51 KBs
Upload : 2011-02-04 23:02:09

Size : 104.92 KBs
Upload : 2011-02-04 23:02:24

Size : 66.35 KBs
Upload : 2011-02-04 23:02:52

Size : 14.47 KBs
Upload : 2011-02-04 23:03:03

Size : 9.54 KBs
Upload : 2011-02-04 23:03:15

Size : 62.70 KBs
Upload : 2011-02-04 23:03:34

Size : 19.03 KBs
Upload : 2011-02-04 23:03:50

Size : 7.70 KBs
Upload : 2011-02-04 23:04:05

Size : 61.68 KBs
Upload : 2011-02-04 23:04:22

Size : 57.64 KBs
Upload : 2011-02-04 23:04:34

Size : 33.51 KBs
Upload : 2011-02-04 23:04:42

Size : 35.81 KBs
Upload : 2011-02-04 23:04:58

Size : 29.19 KBs
Upload : 2011-02-04 23:05:07

Size : 18.67 KBs
Upload : 2011-02-04 23:05:20

Size : 44.05 KBs
Upload : 2011-02-04 23:05:44

Size : 26.98 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:07

Size : 37.79 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:21

Size : 39.47 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:29

Size : 34.54 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:38

Size : 26.58 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:48

Size : 24.01 KBs
Upload : 2011-02-04 23:06:58

Size : 57.90 KBs
Upload : 2011-02-04 23:07:07

Size : 11.37 KBs
Upload : 2011-02-04 23:07:27

Size : 64.58 KBs
Upload : 2011-02-04 23:07:38

Size : 6.23 KBs
Upload : 2011-02-04 23:07:48

Size : 13.54 KBs
Upload : 2011-02-04 23:07:59

Size : 13.68 KBs
Upload : 2011-02-04 23:08:10

Size : 48.68 KBs
Upload : 2011-02-04 23:08:25

Size : 3.84 KBs
Upload : 2011-02-04 23:08:34

Size : 12.66 KBs
Upload : 2011-02-04 23:17:31

Size : 6.51 KBs
Upload : 2011-02-04 23:17:53

Size : 11.70 KBs
Upload : 2011-02-04 23:18:04

Size : 13.68 KBs
Upload : 2011-02-04 23:18:22

Size : 10.36 KBs
Upload : 2011-02-04 23:18:36

Size : 10.33 KBs
Upload : 2011-02-04 23:18:50

Size : 12.79 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:02

Size : 10.96 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:12

Size : 9.92 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:22

Size : 9.41 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:30

Size : 7.36 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:43

Size : 8.37 KBs
Upload : 2011-02-04 23:19:57

Size : 9.06 KBs
Upload : 2011-02-04 23:24:05

Size : 11.72 KBs
Upload : 2011-02-04 23:24:16

Size : 5.52 KBs
Upload : 2011-02-04 23:24:31

Size : 7.80 KBs
Upload : 2011-02-04 23:24:43

Size : 53.52 KBs
Upload : 2011-02-17 21:14:19

Size : 53.41 KBs
Upload : 2011-02-17 21:14:28

Size : 46.38 KBs
Upload : 2011-02-17 21:14:38

Size : 36.23 KBs
Upload : 2011-02-17 21:14:54

Size : 63.97 KBs
Upload : 2011-02-17 21:15:22

Size : 66.71 KBs
Upload : 2011-02-17 21:15:42

Size : 218.78 KBs
Upload : 2011-02-17 21:16:20

Size : 13.43 KBs
Upload : 2011-02-17 21:16:31

Size : 104.92 KBs
Upload : 2011-02-17 21:16:49

Size : 15.91 KBs
Upload : 2011-02-17 21:17:00

Size : 58.27 KBs
Upload : 2011-02-17 21:17:10

Size : 54.38 KBs
Upload : 2011-02-17 21:17:23

Size : 54.03 KBs
Upload : 2011-02-17 21:17:43

Size : 21.86 KBs
Upload : 2011-02-17 21:17:55

Size : 7.60 KBs
Upload : 2011-02-17 21:18:06

Size : 24.69 KBs
Upload : 2011-02-17 21:18:21

Size : 21.03 KBs
Upload : 2011-02-17 21:18:34

Size : 46.48 KBs
Upload : 2011-02-17 21:18:50

Size : 23.06 KBs
Upload : 2011-02-17 21:19:03

Size : 16.82 KBs
Upload : 2011-02-17 21:19:15

Size : 45.13 KBs
Upload : 2011-02-17 21:19:30

Size : 56.32 KBs
Upload : 2011-02-17 21:19:47

Size : 51.75 KBs
Upload : 2011-02-17 21:19:58

Size : 73.72 KBs
Upload : 2011-02-17 21:20:31

Size : 72.34 KBs
Upload : 2011-02-17 21:20:48

Size : 38.40 KBs
Upload : 2011-02-17 21:52:30

Size : 57.85 KBs
Upload : 2011-02-17 21:52:39

Size : 19.18 KBs
Upload : 2011-02-17 21:52:49

Size : 50.47 KBs
Upload : 2011-02-17 21:52:59

Size : 152.51 KBs
Upload : 2011-02-17 21:53:15

Size : 74.66 KBs
Upload : 2011-02-17 21:53:26

Size : 74.19 KBs
Upload : 2011-02-17 21:53:37

Size : 48.65 KBs
Upload : 2011-02-17 21:53:48

Size : 26.64 KBs
Upload : 2011-02-17 21:53:57

Size : 54.65 KBs
Upload : 2011-02-17 21:54:08

Size : 37.18 KBs
Upload : 2011-02-17 21:54:20

Size : 76.56 KBs
Upload : 2011-02-17 21:54:33

Size : 65.85 KBs
Upload : 2011-02-17 21:54:45

Size : 47.59 KBs
Upload : 2011-02-17 21:55:03

Size : 53.50 KBs
Upload : 2011-02-17 21:55:15

Size : 102.03 KBs
Upload : 2011-02-17 21:55:35

Size : 40.60 KBs
Upload : 2011-02-17 21:55:50

Size : 27.79 KBs
Upload : 2011-02-17 21:56:02

Size : 26.16 KBs
Upload : 2011-02-17 21:56:16

Size : 27.43 KBs
Upload : 2011-02-17 21:56:28

Size : 15.11 KBs
Upload : 2011-02-17 21:56:40

Size : 64.93 KBs
Upload : 2011-02-17 21:56:54

Size : 73.83 KBs
Upload : 2011-02-17 21:57:08

Size : 74.59 KBs
Upload : 2011-02-17 21:57:22

Size : 93.90 KBs
Upload : 2011-02-17 21:57:37

Size : 75.03 KBs
Upload : 2011-02-17 21:57:50

Size : 98.96 KBs
Upload : 2011-02-17 21:58:06

Size : 73.54 KBs
Upload : 2011-02-17 21:58:23

Size : 52.60 KBs
Upload : 2011-02-17 21:58:38

Size : 187.77 KBs
Upload : 2011-02-17 21:58:56

Size : 82.52 KBs
Upload : 2011-02-17 21:59:10

Size : 4.92 KBs
Upload : 2011-02-17 22:00:30

Size : 54.16 KBs
Upload : 2011-02-17 22:12:56

Size : 182.19 KBs
Upload : 2011-02-17 22:13:13

Size : 28.58 KBs
Upload : 2011-02-17 22:13:27

Size : 190.48 KBs
Upload : 2011-02-17 22:13:48

Size : 26.50 KBs
Upload : 2011-02-17 22:14:03

Size : 47.35 KBs
Upload : 2011-02-17 22:14:18

Size : 44.57 KBs
Upload : 2011-02-17 22:14:30

Size : 45.45 KBs
Upload : 2011-02-17 22:14:51
ติชม

พวกเราคงจะชื่นชอบหรือชิงชังเจ้าถั่วลิสงต้มไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีสำหรับคนชอบถั่วลิสงต้มมาฝากครับ...

ท่าน อาจารย์ลอยด์ วอล์คเคอร์ หนึ่งในผู้ร่วมทำการศึกษาวิจัยเรื่องถั่วลิสง และคณะจากมหาวิทยาลัยอลาบามา A&M สหรัฐฯ ทำการศึกษาว่า จะปรุงถั่วลิสงอย่างไรจึงจะได้สารต้านอนุมูลอิสระ (แอนตีออกซิแดนท์) สูงสุด

...

ผลการศึกษาพบว่า การนำถั่วลิสงไปต้มมีส่วนช่วยให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (แอนตีออกซิแดนท์) ในถั่วเพิ่มขึ้นได้จนถึง 4 เท่า

การปรุงถั่วลิสงมากเกินไป เช่น ร้อนเกิน หรือนานเกิน ฯลฯ อาจมีส่วนทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในถั่วลดลงได้

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า พืชผักบางอย่างมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เมื่อผ่านการคั่วคือ กาแฟ

ถั่ว ลิสงเป็นแหล่งสารเรสเวอราทรอล (resveratrol) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมี (สารคุณค่าพืชผัก) ที่พบในองุ่นและไวน์ ซึ่งอาจทำให้คนฝรั่งเศสอายุยืน และมีโรค เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ฯลฯ น้อย

...

คนไทยเรานิยมนำถั่วลิสงมาต้มหรือคั่ว ชาวพม่านิยมนำถั่วลิสงมาคั้นเป็นน้ำมันถั่วลิสง

คน พม่าแต่เดิมจะใช้น้ำมันถั่วลิสงกับน้ำมันงามาก ต่อมาน้ำมันปาล์ม(ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูง)จากเพื่อนบ้าน เช่น ไทย ฯลฯ เข้าไปตีตลาด ประกอบกับน้ำมันถั่วลิสงมีราคาแพง ทำให้คนพม่าที่จนลงไปทุกวันมีโอกาสใช้น้ำมันถั่วลิสงน้อยลง

...

น้ำมันถั่วลิสง และน้ำมันรำข้าวมีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fatty acid / MUFA) ค่อนข้างสูง น้ำมันชนิดนี้ช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และอาจช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดี (HDL) ได้

น้ำมัน มะพร้าว กะทิ และน้ำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวสูง น้ำมันพืชไม่มีโคเลสเตอรอล ทว่า... ส่งผลให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) เพิ่มขึ้น

...

เรียนเสนอให้ พวกเราลองลดการใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพราว และกะทิให้น้อยลง นอกจากนั้นน่าจะลองทำถั่วลิสงต้มกินเอง ซึ่งควรเลือกเมล็ดที่ลอยน้ำ(มักจะเสีย) หรือเมล็ดที่มีรอยเน่าเสียทิ้งไป และไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารหลากหลายชนิด และไม่ซ้ำซากจนเกินไป

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ขอแนะนำ...                                                  

  • 'ถั่วลิสง 1 ในยอดอาหารเสริม' > [ Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > 'ถั่วลิสง' > [ Click ]

ที่มา                                                             

  • Thank Intelihealth > Bioled nuts help protect against illness > [ Click ] > October 29, 2007. / J Agricultural and food chemistry.
  • ขอขอบคุณ อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม IT รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 3 พฤศจิกายน 2550.


ตั้งโดย : pk
2012-03-03 13:16:38
กำลังแสดงหน้า 1/1
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

12
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


tk
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
วิทยาศาสตร์


โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี :: http://www.pccl.ac.th
216 ม.1 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี 15120 โทร. 036650260-1 E-mail pccllopburi@hotmail.com


Generated 1.805315 sec.